หลานสาวของผู้เฒ่ามีนามว่าฝูหลิง ผู้เฒ่านั้นไม่ยินดีที่จะให้ฝูหลิงนั้นไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระราชวังโดยอย่างเด็ดขาด เพราะว่าถ้าฝูหลิงเข้าไปในพระราชวังแล้วนั้น ก็เกรงว่าเธอจะไม่ได้กลับออกมาอีก แต่เฉินเสียนก็อนุญาตให้เธอสามารถอยู่ในพระราชวังต่อได้ และยังสามารถพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาในตำราการแพทย์ได้อีกด้วยฝูหลิงเธอนั้นมีปณิธานแน่วแน่ที่ไม่ได้อยากเป็นหมอธรรมดาทั่วไป ครั้นแล้วก็ใช้ช่วงเวลาที่เฉินเสียนกำลังคัดลอกตำราการแพทย์อยู่ไปนั่งข้างๆเธอแล้วเอ่ยถามว่า“ฝ่าบาท ที่สำนักหมอหลวงขาดหมอหรือไม่เพคะ?”เฉินเสียนวางพู่กันในมือลง แล้วเอ่ยถามว่า“เจ้าอยากเป็นหมอหลวงรึ?”ฝูหลิงยืดอกขึ้นแล้วเอ่ยว่า“ฝ่าบาทคิดว่าหม่อมฉันจะเป็นได้หรือไม่เพคะ ?”เฉินเสียนเงยหน้ามองไปที่เธอแล้วพูดขึ้นว่า“ปู่ของเจ้าก็ยังปฏิเสธข้า ถ้าเจ้าอยากเป็นหมอหลวง แล้วไม่กลัวจะโดนปู่ตีขาเจ้าหักรึ ?”“ไม่กลัวเพคะ ถึงขาจะหักก็รับได้เพคะ?”“ถ้าเกิดว่าเจ้ารู้สึกว่างจนสับสน ช่วงนี้เจ้าก็ไปอยู่ช่วยที่สำนักหมอหลวงชั่วคราว เริ่มจากการคอยส่งยาก่อนก็แล้วกัน ”ฝูหลิงนั้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งจากตำแหน่งการส่งยาจนได้เลื่อนเป็นตำแหน่งหมอหลวง ฝูหลิงเธอต้องใช้ความพยายามและทุ่มเทเป็นอย่างมากกว่าที่จะได้ตำแหน่งนี้มา แต่เมื่อปู่ของเธอรู้เรื่องเข้าก็โกรธจนแทบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด เขาคัดค้านไม่ให้เธอได้ก้าวเข้า222
วังมาโดยตลอด เพื่อเป็นการไปพาฝูหลิงกลับมา เ