แม่นางผู้นั้นจึงได้ตอบกลับไปอย่างละอายใจว่า : “เพราะหม่อมฉันรีบเพคะหากกลับไปช้ากว่านี้อีกสักหน่อย ประตูเมืองก็จะปิดแล้ว เช่นนี้ก็ไม่สามารถกลับไปได้เพคะ”แม่นางผู้นี้คือคนเดียวกับคนที่เคยช่วยรักษาอาการป่วยของเฉินเสียนเมื่อนานมาแล้ว ท่านปู่ของนางเคยเป็นหมอหลวงรักษาพระองค์ในวังของราชวงศ์ก่อนฝีมือการแพทย์ของเขานั้นไม่ธรรมดา ซูเจ๋อเองก็ได้เคารพนับถือเขาด้วยเฉินเสียนยังคงรู้สึกขอบคุณปู่หลานสองคนนี้อยู่เสมอ คนหนึ่งเคยช่วยรักษาเธอ ส่วนอีกคนเคยช่วยรักษาซูเจ๋อทหารรักษาพระองค์ที่คอยอารักขาเฉินเสียนล้วนรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากแต่เมื่อเห็นท่าทีที่สนิทสนมและคุ้นเคยของเฉินเสียนกับแม่นางผู้นี้แล้ว ก็ได้แต่รีบเดินทางกลับวังหลวงอย่างระมัดระวังต่อแม่นางผู้นั้นที่ทำตัวไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะพูดอะไรดี เฉินเสียนจึงถามขึ้นเบาๆ ว่า: “ให้ข้าส่งเจ้ากลับไปที่โรงยาเดิมหรือเปล่า?”“เข้าเมืองแล้ว ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันลงก็พอแล้วเพคะ หม่อมฉันกลับเองได้” นางจะไปกล้าบังอาจให้องค์จักรพรรดินีส่งนางกลับบ้านได้อย่างไรกัน หากท่านปู่ของนางรู้เรื่องเข้าล่ะก็ มีหวังจับนางมาตีตายแน่ๆเฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “ไม่เป็นไร ข้าไม่รีบ” เธอเหลือบไปดูตะกร้ายาสมุนไพรของแม่นางผู้นี้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงได้พูดขึ้นต่อว่า : “ดูแล้ววันนี้เจ้าคงเก็บเกี่ยวได้เยอะไม่น้อย”215
แม่นั้นผู้นี้ได้คุยกับเฉินเสียนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นเหมือนเฉกเช