่นเมื่อก่อน นางไตร่ตรองทุกคำพูดก่อนจะพูดออกมาอยู่เสมอ แต่ก็ไม่อาจบดบังนิสัยใจคอที่แท้จริงของนางได้ นางเป็นคนปากไวและใจซื่อ เมื่อแอบเหลือบมองไปยังซูเซี่ยนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยนั้น ก็ได้พูดขึ้นอย่างไม่ทันระวังว่า :“หน้าตาเหมือนใต้เท้าซูไม่มีผิด!”เมื่อพูดออกไปแล้ว แม่นางผู้นั้นก็พึ่งรู้สึกว่าตัวนางเองได้พูดคำพูดที่ไม่ควรพูดออกมาจนได้ แต่เฉินเสียนไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร ซูเซี่ยนเองก็ไม่ได้สนใจมากมายเมื่อถึงโรงยาแล้ว เฉินเสียนก็ได้เข้าไปทักทายกับท่านผู้อาวุโส ท่านผู้เฒ่าเองรู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมากที่เธอมาส่งหลานสาวของเขากลับมาอย่างปลอดภัยด้วยตัวเอง จึงได้เชื้อเชิญให้เธอเข้าไปนั่งพักในโรงยาก่อนแม่นางรีบไปชงชายามคํ่าด้วยความตื่นเต้นและดีอกดีใจ เฉินเสียนได้พาซูเซี่ยนเข้าไปนั่งในโรงยาด้วยเฉินเสียนยังจำได้ ครั้งแรกที่เธอลืมตาขึ้นในมิตินี้ ก็ถูกรักษาตัวอยู่ในห้องของโรงยาแห่งนี้ เมื่อกลับมาที่นี่อีกครั้ง ลึกๆ ในใจก็ยังมีความรู้สึกเสียดายอยู่ไม่มากก็น้อยไม่เสียทีที่ขึ้นชื่อว่าโรงยา เพียงแค่ก้าวเข้าประตูมา ก็ได้กลิ่นหอมของยาสมุนไพรอบอวลไปทั่ว ในห้องมีหนังสือตำราอยู่มากมายวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เป็นหนังสือตำราที่เฉินเสียนไม่เคยเห็นในสำนักหมอหลวงมาก่อนท่านผู้เฒ่ามองซูเซี่ยนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงได้พูดขึ้นว่า : “องค์ชายใหญ่ขยับเข้ามาใกล้อีกได้หรือไม่ ขอให้กระหม่อมได้ตรวจดูหน่อย”2