16
ซูเซี่ยนเดินเข้าไปใกล้ ท่านผู้เฒ่าได้จับชีพจรของเขา แล้วจึงได้ถามขึ้นว่า :“ผลข้างเคียงของยาแกล้งตายที่ทำร้ายร่างกาย รักษามาหลายปีคาดว่าคงจะหายดีแล้ว แต่เหตุใดร่างกายถึงยังอ่อนแอเช่นนี้ พึ่งป่วยรอบใหม่หรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”ซูเซี่ยนพยักหน้าเบาๆเฉินเสียนก็ได้ถามขึ้นอย่างประหลาดใจว่า : “ท่านผู้อาวุโสรู้เรื่องยาแกล้งตายด้วยหรือ?”ท่านผู้เฒ่าจึงได้ตอบกลับไปว่า : “กระหม่อมมิบังอาจ กระหม่อมจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไรเล่า ยานั่นเป็นยาที่กระหม่อมและใต้เท้าซูใช้เวลาหลายคืนวันในการศึกษาคิดค้นออกมา ใต้เท้าซูจำเป็นต้องใช้ยานั้นเพื่อช่วยชีวิตของเด็กน้อยกระหม่อมมิกล้าประมาทเลินเล่อพ่ะย่ะค่ะ”“ที่แท้แล้วก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”จากนั้น ท่านผู้เฒ่าก็ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิธีการรักษาและยาที่ควรทานให้กับซูเซี่ยน เป็นแนวทางการรักษาที่สูงส่งและชัดเจนมากกว่าหมอหลวงในวังรวมถึงเฉินเสียนเป็นไหนๆเฉินเสียนอ่านสูตรวิธีการรักษาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ได้พูดขึ้นอย่างสุขุมว่า :“วิชาการแพทย์ของท่านผู้อาวุโสสูงส่งและลํ้าลึก สุขภาพของท่านดีร่างกายก็ยังแข็งแรง ไม่ทราบว่าท่านยังอยากจะกลับไปเป็นหมอหลวงรักษาพระองค์อีกครั้งหรือไม่?”ท่านผู้เฒ่าได้ปฏิเสธพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ขอบพระทัยในพระมหากรุณาของฝ่าบาท น่าเสียดายที่กระหม่อมชรามากแล้ว เกรงว่าจะไม่สามารถถวายงานได้อีกพ่ะย่ะค่ะ”217
จิบชาอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่เฉินเสียนเตรียมจะพาซูเซี่ยน