ไปที่ไหล่ของเฮ่อโยว บ่งบอกถึงว่าการช่วยเหลือตัวเองนั้นดีกว่าให้คนอื่นช่วยเหลือ ขณะที่เขากำลังจะเดินไปจัดระเบียบกับกองกำลังองครักษ์ เสียงของเฉินเสียนก็ลอยขึ้นมาว่า“ท่านแม่ทัพใหญ่ก็อายุไม่น้อยแล้ว มีคนรักที่ถูกใจหรือยัง?”การก้าวเท้าของฉินหรูเหลียงหยุดนิ่งลง แล้วเอ่ยว่า“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นอีกสองวัน ข้าจะจัดงานเลี้ยงนํ้าชา แล้วเชิญเหล่าหญิงสาวของตระกูลขุนนางต่างๆมาร่วมงาน เจ้ากับเฮ่อโยต้องเข้าร่วมงานเพื่อจะได้ดูว่ามีใครเข้าตาบ้าง ”“ข้ากระหม่อมมีกิจราชการยุ่งมาก เกรงว่าจะไม่สามารถไปร่วมงานได้พ่ะย่ะค่ะ”“นี่คือคำบัญชาของจักรพรรดิ”ผลสุดท้ายวันนั้น เฮ่อโยวและฉินหรูเหลียงทั้งสองคน คนหนึ่งก็ป่วยนอนติดเตียง อีกคนก็นำทัพทหารออกไปปราบปรามโจรด้านนอกเมือง เหลือให้เพียงเฉินเสียนต้อนรับหญิงสาวเหล่านั้น อยู่ร่วมชมการแสดงระบำและชื่นชมดอกไม้กับพวกนาง มันช่างน่าโกรธแค้นเสียนจริงอย่ามองว่าแม้แต่เฉินเสียนจะเป็นหญิง เธอสวมใส่ชุดเครื่องแบบองค์จักรพรรดิ ผมยาวสลวย นัยน์ตาเย็นสบาย ไม่ได้แสดงถึงความน่ากลัว แต่กลับงดงามอย่างสง่าผ่าเผย ต่อมาก็ได้ยินมาว่าในหมู่หญิงสาวที่กลับมาอย่างมีความสุขวันนั้น มีสองคนที่ตั้งใจจะเข้าเข้าวังเพื่อเป็นนางกำนัลให้กับจักรพรรดินี ซึ่งทำให้คนรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลายวันผ่านไป เฮ่อโยวได้เข้าเฝ้าเฉินเสียนอย่างระมัดระวัง232
เฉินเสียนถามด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า“เจ้าหายป่วยแล้วรึ