ณาจักร สูงสุดเหนือใต้หล้า แต่ตอนนี้ฉินหรูเหลียงกลับรู้สึกว่าที่แท้แล้ว เธอสูญสิ้นทุกอย่างไม่หลงเหลืออะไรและน่าสงสารจับใจแค่ไหนเธอเงียบสงบมาตลอดทางเดิน ฉินหรูเหลียงเดินเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ เธอ และคอยสังเกตเธอมาตลอดทางบางทีอาจเป็นเพราะเธอเคยควานหาจนทั่วทั้งแม่นํ้าฉวี่เจียงด้วยตัวเอง อาจเพราะเคยเฝ้ารออยู่ตรงนั้นทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่ไปไหน เคยผ่านสนามรบด้วยความบ้าคลั่ง เคยผ่านช่วงเวลาที่ท่วมท้นไปด้วยความหวังจนไปถึงจุดที่ไร้ซึ่งความหวัง จนไม่หลงเหลืออะไรให้เสียใจอีกต่อไปแล้วฉินหรูเหลียงยังจำเหตุการณ์ที่เธอสู้รบกับชาวหมานอี๋ได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นเธอตั้งใจจะตายในสมรภูมิรบเสียด้วยซํ้าฉินหรูเหลียงรู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวดขึ้นมาจับใจ แต่เขาก็ไม่อาจแบ่งเบาหรือสามารถเจ็บปวดแทนเธอได้แม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คือการคอยอยู่เป็นเพื่อนข้างๆ เธอก็เท่านั้นฉินหรูเหลียงพูดขึ้นว่า : “อยากจะร้องก็ร้องออกมาให้สุดเถอะ อยู่ตรงนี้ไม่มีใครได้ยินหรอก”191
ต่อมา ฉินหรูเหลียงพิงอยู่ข้างๆ ต้นไผ่ เฉินเสียนที่หันหลังให้เขาและกำลังก้มหน้ากอดเข่าตัวเองอยู่ เขามองเห็นเพียงแผ่นหลังอันบอบบางที่แสนจะเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย สั่นเทาเบาๆ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอเลยเฉินเสียนพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่สะอึกสะอื้นว่า : “เขาเคยบอกว่าจะอยู่เคียงข้างและคอยปกป้องข้ากับอาเซี่ยนตราบชั่วชีวิต”“เพราะเขารู้ว่าตัวเองกำลังจะตา