เย่ซวิ่นอารมณ์ไม่ดีร้องตะคอกใส่เธอว่า “กลางดึกกลางดื่น ยังจะให้คนหลับนอนหรือไม่!ดอกไม้ไฟนี่มีอะไรน่ามอง ทำให้ท่านย้อนนึกถึงอดีตใช่หรือไม่?ทั้งหมดที่ผ่านไปแล้วเรียกว่าผ่านไป ไม่ว่าท่านจะย้อนนึกถึงอย่างไร ก็ไม่กลับมาอีกแล้ว!”เฉินเสียนมองเย่ซวิ่นที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟราวกับฟ้าร้องคำราม แต่กลับกล่าวอย่างนิ่งสงบว่า “คํ่าคืนนี้คือวันส่งท้ายปีเก่า ทั่วทั้งเมืองร่วมกันเฉลิมฉลอง ข้าต้อนรับปีใหม่ มีสิ่งใดที่ไม่เหมาะสมหรือ?”เย่ซวิ่นจ้องเขม็งใส่เธอ มือทั้งสองข้างจับกุมที่ไหล่ของเธอ ตั้งแต่อากัปกิริยาจนถึงแววตา ล้วนมีการรุกราน เขาจ้องมองดวงตาของเฉินเสียน แล้วกล่าวว่า“เฉินเสียน ซูเจ๋อตายแล้ว”พริบตาเดียว ดอกไม้ไฟบนศีรษะก็ผลิแตกออก สะท้อนอยู่ในดวงตาเธอคล้ายดั่งหลอมรวมความเยือกเย็นหยิ่งในศักดิ์ศรีไว้เย่ซวิ่นเขย่าร่างของเธอ บอกกล่าวกับเธอทีละคำว่า “ท่านฟังชัดเจนหรือยัง ซูเจ๋อตายไปแล้ว สรุปว่าท่านมีญาณทัศนะคติที่รู้ตัวเองดีแค่ไหนกัน ทรมานเช่นนี้เพื่อคนที่ตายไปแล้ว ก็มิน่าเล่าเขาถึงจากท่านไป ท่านเป็นหญิงจืดชืดไร้รสนิยมเช่นนี้ ชายที่ไหนจะชอบ มีความสุขท่านก็ยิ้ม มีความทุกข์ท่านก็ร้องไห้ เจ็บปวดทุกข์ทรมานท่านก็ระบายออกมาสิ!”เฉินเสียนมองเขาอย่างว่างเปล่า กล่าวขึ้นว่า “เทียบกับข้าแล้ว เจ้าอารมณ์มากมายหลากหลาย ยิ่งเหมือนหญิงคนหนึ่ง”182
เย่ซวิ่นหัวเราะเยาะเธอ แล้วกล่าวว่า “ใช่หรือ แต่ข้าเป็นชายที่เป็นของแท้ราค