ระตำหนักเป็นพระตำหนักเย็น หรือว่าด้านนอกประตูเป็นพระตำหนักเย็น”ใบหน้าเล็กๆของซูเซี่ยนไร้อารมณ์ความรู้สึก มือไขว้หลังแล้วหันเดินกลับตามเส้นทางที่มา กล่าวว่า “ช่างเถิด เหมือนว่าพระองค์จะชอบที่นี่ เช่นนั้นก็อยู่ต่อไปเถิด”เย่ซวิ่นกล่าวว่า “ท่านพ่อของเจ้าตายแล้ว ข้าเพิ่งจะรู้สึกว่าเจ้ากลายเป็นเด็กที่น่าสงสาร เหตุใดชั่วพริบตาเดียวก็ยังน่าเกลียดน่าชังอยู่ล่ะ”ซูเซี่ยนหยุดชะงักฝีเท้าเย่ซวิ่นมองร่างเล็กของเขา ทันใดนั้นรู้สึกว่าตนเองได้พูดเกินไปแล้วหรือใช่หรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเด็กห้าขวบ ไม่มีท่านพ่อแล้วอย่างไรก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวดทรมานใจ วันนี้เขาเป็นเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าเฉินเสียนจะเป็นเช่นไรข่าวเรื่องการตายของซูเจ๋อเขาก็เพิ่งรู้เมื่อสองวันก่อนหน้า เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก เขาคิดไม่ถึงว่าซูเจ๋อจะอายุสั้นเช่นนี้ เขายังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรมากมาย เขาบอกว่าตายก็ตายแล้วเย่ซวิ่นลูบคลำที่จมูก เดินมาแล้วกล่าวว่า “เดิมข้าคิดว่าบุคคลที่เป็นบ่อเกิดของความหายนะอย่างท่านพ่อของเจ้า จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปีนะ”เย่ซวิ่นกับซูเจ๋อไม่ได้มีหนี้แค้นอาฆาตกัน มากที่สุดคือเกลียดชังซูเจ๋อจนกระทั่งอิจฉาริษยาเขา พอซูเจ๋อตาย หมดศัตรูไปหนึ่งคน เย่ซวิ่นควรจะดีใจถึงจะถูกสิแต่พ่อนึกถึงเด็กน้อยกำพร้าและหญิงม่ายนี้ เขาก็ไม่มีอะไรที่น่าดีใจหรอกซูเซี่ยนกล่าวว่า “เมื่อก่อนข้าก็คิดเช่นนี้ พระองค์อยากออกจากพระตำหนัก