สถานการณ์การสู้รบครานี้ดุเดือดกว่าคราก่อน บนสนามรบเต็มไปด้วยปืนใหญ่มากมายไม่เลือนหายพวกหมานอี๋ถูกขับไล่ออกจากบริเวณชายแดนต้าฉู่โดยสิ้นเชิง และได้ถอยกำลังมาตั้งรับที่ด้านนอกซีฉวนและหลังจากนั้นมีข่าวของการสู้รบครั้งสุดท้ายตามมาด้วยว่า อัครเสนาบดีซูเสียชีวิตระหว่างการสู้รบแล้วท้องฟ้าขมุกขมัว พระอาทิตย์ยามตะวันรอนราวกับเลือดฉินหรูเหลียงมองหญิงที่วิ่งตะบึงไปด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกเพียงว่าเศร้ารันทดเป็นอย่างมาก จนถึงตอนสุดท้ายก็ไม่สามารถมาทันเวลาหรือแม้แต่โอกาสที่จะพบหน้าครั้งสุดท้าย เขาก็ไม่ให้เฉินเสียนวิ่งไปถึงค่ายป้องการเขตชายแดน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแม่ทัพเจิ้นซีคาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะปรากฏตัวที่นี่เขากำลังเขียนรายงานผลการรบที่ใหม่ที่สุดอยู่ และคิดวางแผนที่จะนำเรื่องของอัครเสนาบดีซูรายงานต่อราชสำนักแต่น่าเสียดายเขียนได้เพียงครึ่งหนึ่ง เฉินเสียนก็กระโจนเข้ามาในค่ายของแม่ทัพ แม่ทัพภายในค่ายเงียบสงบ บรรยากาศอึดอัดจนแทบขาดใจเฉินเสียนกระแอมคอ จ้องมองแม่ทัพเจิ้นซีนิ่ง กล่าวทีละคำว่า “ข้าต้องการพบอัครเสนาบดีซู เรียกเขามาพบข้า”นายทหารและเหล่าทหารทั้งหมดคุกเข่าลง157
แม่ทัพเจิ้นซีกราบทูลด้วยความเศร้าโศกว่า “กระหม่อมไร้ความสามารถ ไม่สามารถปกป้องอัครเสนาบดีซูไว้ได้ กระหม่อมมีความผิด กระหม่อมยินดีที่จะรับโทษพ่ะย่ะค่ะ!”เฉินเสียนยืนไม่มั่นคง เธอนั่งยองๆลงช้าๆ จับที่หมวกเหล็กและเสื้อเกาะของแม่ทัพเจิ้