ปิดประตู และไม่มีใครรบกวนอีกต่อไปซูเจ๋อนั่งอยู่ข้างเก้าอี้ตัวยาว มองดูหญิงขี้เมาบนเก้าอี้ตัวยาวอย่างน่าทึ่งปลายนิ้วของซูเจ๋อมีความเย็นแม้ในฤดูร้อนที่แผดเผา เมื่อเขาสัมผัสเบ้าตาของเฉินเสียน ขนตาของเฉินเสียนก็สั่นสะท้านเขาดึงปลายนิ้วที่ชุ่มฉํ่าไปด้วยนํ้าตาออกมา แล้ววางลงบนริมฝีปาก ชิมนํ้าตาของเธอ ทั้งเค็มและขมเฉินเสียนลืมตาขึ้น รูม่านตาสะท้อนใบหน้าที่คุ้นเคย แต่นํ้าในดวงตาของเธอกระจัดกระจาย และมันก็ไม่สามารถรวบรวมภาพของเขาได้เธอพูดพึมพำว่า “เพิ่งจะปิดตาไม่นาน เด็กน้อยซูเจ๋อก็โตขึ้นแล้ว”เธอมองไปที่ซูเจ๋อ ไม่กล้าที่จะหลับตา แก้มของเธอแดงกํ่า เฉินเสียนกล่าวว่า“ข้าต้องฝันไปแน่ ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาถึงเดินเร็วเช่นนี้ หากข้าตื่นจากความฝัน ข้าจะต้องทนทุกข์ทุกวัน หนึ่งวันนานราวกับหนึ่งปี ข้าจะคาดหวังได้อย่างไรว่าจะได้พบท่านที่ข้างเตียงของข้า”เธอพูดอย่างเงียบ ๆ นํ้าตาในดวงตาของเธอไหลลงมาที่มุมดวงตาของเธอโดยไม่รู้ตัวและตกลงไปที่ขมับของเธอนิ้วมือของซูเจ๋อถูกนํ้าตาของเธอแผดเผาซํ้าแล้วซํ้าเล่า ดวงตาของเขาแดงกํ่าด้วยความโศกเศร้า และเขาก็กระซิบเบา ๆ ว่า “ข้าเคยบอกท่านไง เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจอย่าดื่มเหล้าคนเดียว ดื่มเหล้าทำร้ายสุขภาพร่างกาย ทำไมไม่เชื่อฟังกันเลยล่ะ”เฉินเสียนหรี่ตามองเขา และถามเขาว่า “ซูเจ๋อ ความฝันใช่ไหม? หากนี่ไม่ใช่ความฝัน ข้าจะได้ยินเสียงท่านพูดอยู่ข้างหูข้าได้อย่างไร ข้าจะ