ก็คงไม่ต้องมีวันนี้ที่เหล่าขุนนางต้องการจะผูกขาดอำนาจ”112
เฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านออกไปเถอะ ข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก”ก่อนที่ซูเจ๋อจะออกไป เขาได้พูดกับเธอ “หากฝ่าบาทไม่กล้าลงมือ หม่อมฉันสามารถทำแทนได้ ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ฆ่าคนมานับไม่ถ้วนแล้ว และก็ไม่สนใจว่าจะต้องฆ่าเพิ่มอีกกี่คน”เมื่อซูเจ๋อหันหลังกลับ เฉินเสียนก็โยนบัญชีตำราลงบนพื้น เธอจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเขา ทั้งเจ็บปวดทั้งโกรธและกล่าวว่า “ซูเจ๋อท่านกล้า ท่านรู้ว่าข้าไม่กล้าแตะต้องท่าน!”ซูเจ๋อหยุดชะงักและกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “หากฝ่าบาทต้องการลงมือเมื่อไหร่ หม่อมฉันจะยอมให้จับกุมแต่โดยดี”เมื่อออกมาจากห้องตำราหลวง ซูเจ๋อตั้งใจที่จะเดินผ่านไปยังโรงเรียนไท่ตอนนี้เป็นเวลาที่ซูเซี่ยนเลิกเรียน และกำลังเดินออกมาจากโรงเรียนไท่ซูเซี่ยนมองเห็นซูเจ๋อที่ยืนอยู่ใต้ต้นหวู่ถง ดอกหวู่ถงที่อยู่ข้างลำตัวเขาตกลงมายังพื้น ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ที่นั่นมานานเท่าไรแล้วซูเซี่ยนเดินเข้าไป และยืนอยู่ตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นไปมองเขาและเรียกเขา“ท่านพ่อ”ซูเจ๋อยื่นมือออกไปลูบคลำศีรษะของเขา และยิ้มออกมาซูเซี่ยนกล่าว “ตอนท่านแม่อยู่ที่พระตำหนักไท่เหอ ท่านแม่มักกอดข้าและร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ท่านพ่อทำให้ท่านแม่เสียใจหรือ กลางคืนท่านแม่ก็เรียกชื่อท่านพ่อออกมา”ซูเจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “อาเซี่ยน คงรอให้เจ้าค่อย ๆ เติบโตไม่ทันแล้ว เจ้าต้องรีบ ๆ เติบโตนะ”113
ดว