ซูเจ๋อหยุดและมองดูไกลออกไปเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้าพูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ท่านยังจะให้ข้าพูดอะไรอีก ในหนึ่งชีวิตของผู้ชายมีเพียงสองสิ่งเท่านั้นอำนาจและผู้หญิง สุดท้ายแล้วข้าก็ไม่อาจหลบเลี่ยง เดินตามรอยที่ผู้ชายทั่วไปทุกคนเลือกเดินกัน”“แล้วที่ท่านบอกว่าจะพาข้าไปเที่ยวรอบโลก ท่านยังจำได้ไหม?” เฉินเสียนไม่เคยต้อยตํ่าขนาดนี้ แต่เธอรู้สึกว่าถ้าซูเจ๋อไม่ทำตัวห่างเหินกับเธอ ดูต้อยตํ่าสักหน่อยก็ไม่เป็นไรซูเจ๋อถอนสายตาจากระยะไกล และค่อย ๆ เดินลงบนทางเดินแคบ ๆ เขากระซิบอย่างแผ่วเบา “รอให้ซูเซี่ยนขึ้นครองบัลลังก์แล้วค่อยพูดเรื่องนี้กัน”“แล้วท่านวางแผนจะทอดทิ้งข้าและอาเซี่ยนไว้ไม่ดูแลไม่ใส่ใจเลยงั้นหรือ?”“ไม่ใช่แบบนั้น” ซูเจ๋อพูดเบา ๆ “ข้าอยู่ในราชสำนัก จะพยายามปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของพวกท่านอย่างสุดความสามารถ”ต่อมา ซูเจ๋อก็ไม่ยืนอยู่ต่ออีกต่อไป เขาเดินออกไปยิ่งเดินยิ่งไกลออกไปจากสายตาของเฉินเสียนเฉินเสียนตะโกนใส่เขา “ซูเจ๋อ ท่านมันคนสารเลว! คนสารเลว!”เธอตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ไม่ว่าเธอจะด่าว่าอย่างไร ซูเจ๋อก็ไม่หันกลับมามอง ชาวนาที่ทำนาบนสันเขาและขุนนางที่ติดตามซูเจ๋อล้วนก็มองมาที่นี่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และยิ่งไม่รู้ว่าอัครเสนาบดีซูยั่วยุอะไรเธอ105
สองเท้าของเฉินเสียนไม่ได้อยู่ในโคลน และทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนเป็นคนที่ถูกเขาทอดทิ้งใช่ ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกับถูกซูเจ๋อทอดทิ้ง ในช่วง