ซูเจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “บางทีอำนาจอาจจะทำให้หลงระเริงไปได้ง่าย”เฉินเสียนกล่าวว่า “หากอำนาจทำให้ท่านหลงระเริงได้ ท่านคงเป็นจักรพรรดิของต้าฉู่ไปนานแล้ว คงจะไม่ใช่ข้า ในขณะนั้นตำแหน่งจักรพรรดิอยู่ใกล้เพียงปลายนิ้ว ทำไมท่านถึงไม่บอกข้าว่าท่านหลงระเริงได้ง่าย?”เฉินเสียนเข้าหาซูเจ๋อ ในดวงตามีความเจ็บปวดเล็กน้อย และพูดอย่างระมัดระวังว่า “ท่านกำลังพยายามนำหัวใจของคนที่ได้รับมาเหล่านั้นคืนมาให้ข้าไม่เพียงแค่ทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง ทั้งยังผลักข้าราชบริพารให้มาอยู่ฝั่งข้า? ซูเจ๋อข้ารู้ ท่านเป็นเช่นนี้มาตลอด”ดวงตาของซูเจ๋อราบเรียบ บนริมฝีปากยิ้มและพูดว่า “คราวนี้อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้”“แล้วคราวนี้จะเป็นยังไง บอกข้าสิ”“ใจคนคาดเดาไม่ได้ ไม่ต้องพูดให้กระจ่างทุกอย่างก็ได้”ซูเจ๋อเปลี่ยนไปแล้ว แต่เฉินเสียนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป ในวันข้างหน้านางรู้เพียงว่าเขาได้กลายเป็นคนโลภอำนาจและกลายเป็นคนชั่วร้ายไม่ว่าขุนนางจะกล่าวโทษเขาเท่าไหร่ ข้างบนต้องมีเฉินเสียนคอยรับผิดชอบแทนเขา ดังนั้นเขาจึงไม่มีความปรานีใดๆ ทั้งสิ้นเขาได้รับการท้าทายเฉินเสียนถึงวันสุดท้ายที่ไม่อาจจะช่วยได้82
หลังจากที่เฉินเสียนออกจากสถานที่ว่าราชการ ซูเจ๋อได้ให้คนมาเอาเตาผิงในห้องออกไปดับ อากาศในห้องเย็นลงทุกตารางนิ้ว และเย็นราวกับหิมะตกหนักซูเจ๋อนั่งอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน มือของเขาเย็นเฉียบราวกับนํ้าแข็งเมื่อเฉินเสีย