เช่นเคย เพียงแค่สามารถปกป้องเขา เฝ้าดูเขา ก็เพียงพอแล้วเขาคิดว่า ถ้าเฉินเสียนโกรธเขา เขาก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยแต่นางกลับยอมตามใจเขาซํ้าแล้วซํ้าเล่าและปล่อยเขาไปซูเซี่ยนนั่งบนระเบียงที่ประตูห้องด้วยตัวเอง และห้อยขาลงไปทั้งแม่และลูกสองคนเป็นเช่นนี้ ยิ่งทำให้ซูเจ๋อไม่อาจจะปล่อยวางใจได้เมื่อตะวันยามเย็นสาดส่องลงที่โครงร่างของเฉินเสียน นางก็อยู่เป็นเพื่อนกับซูเจ๋ออย่างเงียบๆซูเจ๋อถาม “วันนี้ทำไมมาที่นี่ล่ะ”“วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า”“ในอดีตเหล่าขุนนางเก่าแก่ได้รู้เรื่องของข้ากับท่านแล้ว ดังนั้นท่านเข้าเรือนของข้าก็ไม่มีข้อห้ามแล้ว แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในราชสำนักไม่รู้เรื่องระหว่างท่านกับข้า หากพวกเขาเห็นท่านมาหาข้าถึงที่นี่ ต่อไปพวกเขาจะมีเรื่องต้องพูดอีก”ซูเซี่ยนอยู่ข้างนอกและทันใดนั้นก็พูดอย่างอ่อนโยน “ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้ากับท่านแม่เราแอบออกมากันอย่างลับๆ เราใช้เวลาส่งท้ายปีเก่าในวัง และมันก็ว่างเปล่าและน่าสงสารจริงๆ”86
เฉินเสียนมองไปที่ซูเจ๋อ และพูดว่า “ท่านได้ยินหรือไม่?” นางเอนไปข้างหน้าเพื่อจัดคอเสื้อให้ซูเจ๋อ และพูดเบาๆ “ตอนนี้ท่านสามารถเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยความสบายใจได้หรือไม่?”ก่อนรับประทานอาหาร ซูเจ๋อมองไปที่ระเบียงและมองดูภรรยาและลูกนำโคมไฟสีแดงมาแขวนไว้ใต้ยอดไม้ด้วยกัน ซูเซี่ยนถือเทียนในมือและจุดตะเกียงเหล่านั้นให้กับเฉินเสียนไฟสีแดงที่ลานบ้านส่องประกายบนหิมะ ซึ่งเป็นงานรื่