ะควันก็ลอยขึ้นตามปล่องไฟ ซึ่งดูมีประเพณีที่แสดงนํ้าใจต่อกันขึ้นเล็กน้อยซูเจ๋อเปิดประตู ข้างนอกหิมะได้หยุดตกแล้ว และหิมะสีขาวแพรวพราว ซูเจ๋อเห็นแป้งกลมตัวเล็กนั่งยองอยู่ใต้ต้นไม้ที่กำลังเล่นอยู่กลางหิมะที่มุมสวน และมีก้อนหิมะหลายก้อนกองอยู่ที่เท้าของเขาซูเซี่ยนได้ยินเสียงเปิดประตู หันกลับมามองซูเจ๋อ ใบหน้าเล็กๆ ขาวๆ ดวงตาทั้งสองทั้งเป็นสีดำทั้งสว่าง และได้พูดว่า “ท่านตื่นแล้วหรือ”“มาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่รึ?” ซูเจ๋อสวมเสื้อผ้าแล้วออกมาถามซูเซี่ยนกล่าวว่า “มาที่นี่สักระยะหนึ่งแล้วขอรับ ท่านลุงพ่อบ้านบอกว่าท่านกำลังหลับอยู่ จึงไม่รบกวนท่าน”“ท่านแม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน?”“ท่านแม่ได้ยินมาว่าท่านไม่ค่อยทายอะไรในช่วงเที่ยงวัน โจ๊กอุ่นๆ ก็ไม่แตะก็ได้ไปที่ห้องครัวเพื่อทำโจ๊กให้ท่านอีกรอบ”ซูเซี่ยนเดินเข้ามา มองเขาแล้วถาม“ทำไมท่านพ่อนอนนานขนาดนั้นล่ะขอรับ? ไม่สบายหรือ?”ซูเจ๋อลูบหัวของซูเซี่ยนและพูดอย่างอบอุ่นว่า “อาจจะเป็นเพราะพ่ออาจจะแก่ไปหน่อยแล้ว”85
ซูเซี่ยนกล่าวว่า “แต่ข้ามองดูท่านพ่อยังเด็กมาก”ก่อนอาหารคํ่าวันส่งท้ายปีเก่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเฉินเสียนจึงได้นำโจ๊กกลับมา แล้วเข้าไปในห้องของซูเจ๋อ และมองดูเขากินโจ๊กเข้าไปบนตัวนางมีลมหายใจอุ่นๆ ราวกับว่ามันทำให้ห้องอุ่นขึ้นจำได้ว่าตอนที่เฉินเสียนออกจากสถานที่ว่าราชการอัครเสนาบดีนั้น ก็ยังมีกลิ่นอายที่ไม่มีความสุข แต่ตอนนี้นางไม่สนใจมันเลย และ