งราชสำนักมาไว้ในกำมือ เขาไม่ใช่ตะเกียงประหยัดนํ้ามันที่จะรับมือได้ง่ายๆ เขาจะยอมให้พวกท่านหยุดเข้าเฝ้าเพื่อข่มขู่ฝ่าบาทต่อไปรึ”65
“เราจะรวบรวมรายชื่อคัดค้านการเป็นอัครเสนาบดีของซูเจ๋อเดี๋ยวนี้!”ผู้เฒ่าเฮ่อบอกว่า “ทุกคนฟังข้า ความจริงเรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่ามัวนึกถึงแต่ด้านแย่ๆ เลย เราไม่ได้กลัวมาตลอดหรอกหรือว่าฝ่าบาทจะเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์และจารีตประเพณีและรับซูเจ๋อเข้าสู่วังหลัง ตอนนี้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ในฐานะอัครเสนาบดี ซูเจ๋อจะไม่มีทางได้เข้าไปอยู่ในวังหลัง ในที่สุดก็ยังรักษาเกียรติและชื่อเสียงของราชสำนักไว้ได้”“นี่…”เมื่อลองไตร่ตรองดูแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างที่เขากล่าวจริงๆครั้นแล้วผู้เฒ่าเฮ่อก็พูดอีกว่า “ส่วนเรื่องในราชสำนักที่ทุกคนกลัวว่าเขาจะรวบอำนาจ พวกท่านลองคิดดูดีๆ อีกทีว่าเขาจะรวบอำนาจได้อย่างไร ฝ่าบาททรงมีพระราชโอรสที่จะขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิในอนาคต ซึ่งพระองค์ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหรอกหรือ เหตุใดพวกท่านจึงยังกังวลว่าเขาจะทำการแย่งชิงบัลลังก์อีก”เหล่าขุนนางเฒ่าต่างถอนหายใจและตกอยู่ในความเงียบผู้เฒ่าเฮ่อกล่าวว่า “เขามีแต่จะต้องทุ่มเทเพื่อต้าฉู่มากยิ่งขึ้น นั่นก็เพื่อลูกหลานของเขาเอง”ทันทีหลังจากนั้นซูเจ๋อก็ออกคำสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ขุนนางกรมต่างๆเริ่มมาเข้าเฝ้าที่ราชสำนักในวันพรุ่งนี้ หากมีผู้ใดเพิกเฉยและประวิงเวลา เขาจะพิจารณาก