นำรายชื่อของขุนนางส่วนหนึ่งมา ปลดขุนนางเฒ่าที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีทว่าอาศัยว่ามีอำนาจและแก่ยศออกจากราชสำนัก จากนั้นจึงเลื่อนยศให้เหล่าขุนนางที่ถูกคนพวกนั้นกดขี่ไว้โดยตลอดขึ้นรับตำแหน่งอย่างเหมาะสมทันทีที่ถวายสาส์นกราบทูลข้อราชการ เฉินเสียนอ่านดูรอบหนึ่งและประทับตราอนุมัติ67
มีอาลักษณ์สองคนและผู้ตรวจการแผ่นดินหนึ่งคนในหมู่ขุนนางเฒ่าถูกปลดในทันที นอกจากนี้ซูเจ๋อยังเลื่อนขั้นขุนนางท้องถิ่นในเมืองใหญ่ผู้มีธรรมาภิบาลหลายคนให้มาดำรงตำแหน่งในฝ่ายศูนย์กลางทั้งหกกรมที่เมืองหลวงเหล่าขุนนางเฒ่าตื่นตระหนกอย่างสุดขีด พวกเขาไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไปเมื่อซูเจ๋อถอนรากถอนโคนอำนาจในราชสำนักของตนทิ้งเป็นผลให้เมื่อถึงวันที่สาม เหล่าขุนนางจึงมารวมตัวกันที่ราชสำนักโดยไม่มีใครขาดตกเลยแม้แต่ผู้เดียวเหล่าขุนนางเฒ่าปฏิบัติตัวเป็นปรปักษ์กับซูเจ๋อเมื่ออยู่ในราชสำนัก พยายามหว่านล้อมให้จักรพรรดินีปลดอัครเสนาบดีอย่างเอาเป็นเอาตายในเวลานั้นซูเจ๋อยืนอยู่ในราชสำนักด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าจะใช้เงินสี่ตำลึงปาดพันชั่ง เขาใช้มืออันขาวสะอาดชี้ไปยังกลุ่มขุนนางเฒ่าซึ่งกำลังยุยงโดยตรงซูเจ๋อทูลว่า “กราบบังคมทูลฝ่าบาท ระยะนี้กระหม่อมได้รับรายงานมาว่า ใต้เท้าหยางอาลักษณ์แห่งกรมขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง เล่นพวกเล่นพ้อง คนรับใช้และข้าหลวงต่างๆ ที่แต่งตั้งล้วนมีความเกี่ยวดองกันไม่น้อย กระหม่อมขอฝ่าบาทโปรดทรงพิจารณาว่าควรตรวจสอบหร