หว้พระจันทร์ปีนี้ เธออยากไปที่แม่นํ้าหยางชุนเพื่อกินบะหมี่ถงซินกับเขาแต่ซูเจ๋อมีงานรัดตัวที่ต้องสะสาง เธอเองก็มีข้อราชการมากมายที่ต้องอ่านเฉินเสียนได้ยินมาว่าซูเจ๋อทำงานอยู่ ณ ที่ว่าราชการจนมืดคํ่าทุกวันกว่าจะกลับจนกระทั่งฟ้ามืดเฉินเสียนจึงเพิ่งรู้ตัว เธอมองไปยังท้องฟ้าด้านนอกและพูดกับอวี้เยี่ยนว่า “ถ้าข้าออกไปจากวังเวลานี้จะยังทันอยู่หรือเปล่า”อวี้เยี่ยนไม่เข้าใจว่าเฉินเสียนพูดถึงอะไร “ทันอะไรหรือเพคะ”เฉินเสียนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ช่างเถอะ นานทีจะมีเวลาว่าง ปล่อยให้เขาได้พักผ่อนอยู่ที่เรือนจะดีกว่า”ช่วงนี้ซูเซี่ยนเองก็ไม่ได้คิดจะออกไปนอกวังอีกแล้ว เขาอยู่อย่างว่านอนสอนง่ายในพระตำหนักไท่เหอและคงจะรู้ว่าช่วงนี้พ่อกับแม่กำลังยุ่งมากต่อมานางกำนัลที่อยู่ด้านนอกก็เข้ามากราบทูลว่า “ฝ่าบาท ท่านอัครเสนาบดีมาเข้าเฝ้าเพคะ บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะมาหารือกับฝ่าบาท”เฉินเสียนชะงักไปนิดหนึ่งและตอบไปว่า “เข้ามาได้”อวี้เยี่ยนกำลังจะออกไปพร้อมกับนางกำนัลผู้นั้นอย่างรู้งาน ทันใดนั้นเฉินเสียนก็เอ่ยขึ้นมาราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “อวี้เยี่ยน ไปเตรียมอาหารคํ่ามาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”อวี้เยี่ยนถามว่า “ฝ่าบาทต้องการเสวยอะไรหรือเพคะ”58
เมื่อนางกำนัลพาซูเจ๋อเข้ามาในห้องตำราหลวง อวี้เยี่ยนก็รับคำสั่งออกไป แสงไฟภายในห้องตำราสว่างไสว เขาเดินเข้ามาในห้องภายใต้เครื่องแบบขุนนางที่งดงามเรียบร้อย ใบหน้าที่เรียบ