งพวกท่าน ก็จะกลายเป็นคนบาปของราชอาณาจักรต้าฉู่อย่างนั้นหรอกหรือ!”ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะให้เป็นคนบาปก็ชั่งปะไรไปเหล่าบรรดาขุนนางอาวุโสคุกเข่าไปเพียงแค่ครึ่งวัน ร่างกายก็เริ่มจะทนไม่ไหว ต่างพากันล้มไปตามๆ กันคำร้องของเหล่าบรรดาขุนนางและเจ้าหน้าที่พลเรือนในวันนี้สิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บใดๆในวันถัดมา เหล่าบรรดาขุนนางและเจ้าหน้าที่พลเรือนก็ได้ถอนคำร้องและถอยไปในที่สุดเมื่อเฉินเสียนไปถึงที่ท้องพระโรง ขึ้นประทับบนบัลลังก์ รอจนถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น นอกจากขุนนางที่ได้รับการเลื่อนขั้นจากเฉินเสียนไม่กี่คนแล้ว ก็ไม่มีขุนนางและเจ้าหน้าที่พลเรือนคนอื่นมาอีกเลย34
ครั้งนี้เหล่าบรรดาขุนนางอาวุโสฉลาดขึ้น ไม่ใช้หัวชนเสาเช่นซวีเวยที่ทั้งพ่ายแพ้และเจ็บตัวอีกเฉกเช่นตอนนี้ เหล่าบรรดาขุนนางอาวุโสได้ถอนคำร้องไป พวกเขาแต่ละฝ่ายคณะต่างล้วนปฏิบัติตามสีหน้าคน ด้วยเหตุนี้ การว่าราชกิจของราชสำนักจึงถูกระงับเป็นการชั่วคราว ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นคนเหล่านั้นต้องการใช้วิธีนี้ในการบีบและกดดันให้เฉินเสียนยอมจำนน เพื่อขับไล่ซูเจ๋อไปในตอนที่ซูเซี่ยนอายุครบสามขวบนั้น เฉินเสียนเลือกที่จะใช้เวลาเหล่านี้กับซูเจ๋อ เมื่อเดินเข้าประตูเรือนของซูเจ๋อแล้ว ก็จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักอีกเฉินเสียนลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง เพื่ออบขนมเค้กวันเกิดให้กับซูเซี่ยนซูเซี่ยนนั่งอยู่ที่ระเบี