ยนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่เย้ยหยันว่า : “เป็นไปได้หรือว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้ารู้สึกหวั่นไหวได้จริงๆ?”เย่ซวิ่นไม่ตอบกลับ เขาเพียงพูดขึ้นว่า : “ฝ่าบาทคงต้องระวังตัวไว้บ้าง หากครั้งหน้ายังมีโอกาส ข้าจะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ อย่างแน่นอน เพราะเป้าหมายที่ข้ามายังอาณาจักรต้าฉู่นั้นก็เพื่อที่จะมีลูกกับท่านนี่นา”เฉินเสียนไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอลุกขึ้นแล้วเดินจากไป เย่ซวิ่นวางขาทั้งคู่ลงบนโต๊ะ เขาพูดขึ้นพึมพำด้วยความเสียดายว่า : “ข้าคิดว่าครั้งนี้ไม่ว่ายังไงซูเจ๋อก็คงจะดิ้นไม่หลุดแท้ๆ แล้วเชียว”ข่าวคราวเรื่องที่ซูเจ๋อลักลอบลงนามสนธิสัญญากับทางอาณาจักรเย่เหลียงโดยลำพังนั้นยังไม่ทันจะแพร่ออกไป ก็ถูกเฉินเสียนตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเสียแล้วเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักได้ จึงได้ตัดสินใจอย่างเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว เผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งนี้ด้วยตัวเธอเอง ไม่เพียงแต่จะไม่หลบเลี่ยงและบ่ายเบี่ยงปัญหา เธอยังไม่ยอมปัดความรับผิดชอบอีกด้วยแถมยังเข้าไปรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวทั้งหมดเธอได้ออกพระราชกฤษฎีกาอย่างเป็นทางการ ให้ทุกคนได้รับรู้กันอย่างถ้วนหน้า ดังนั้นข่าวลือที่เกี่ยวข้องซูเจ๋อในภายภาคหน้า ก็จะไม่มีนํ้าหนักและมีผลร้ายใดๆนี่คือสิ่งที่เย่ซวิ่นคาดไม่ถึงเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ยังรวมไปถึงเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักทางอาณาจักรเย่เหลี