ได้พยายามอย่างมากที่จะกล่าวโทษเขา แต่จักรพรรดินีองค์นั้นได้สลัดและหลีกเลี่ยงพวกเขาทิ้งอย่างสิ้นเชิง พระนางได้ลงนามหนังสือสนธิสัญญาฉบับใหม่กับเหล่าขุนนาง แต่เหล่าขุนนางยังไม่ทันจะได้ประกาศออกไปเสียด้วยซํ้า พระนางก็ได้ออกพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ออกมา เหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักไม่ทันแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ”25
องค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเย่เหลียงกำลังอยู่ในภาวะลังเลพระทัย ไม่สามารถตัดสินพระทัยได้ ภายภาคหน้าจะรับมือกับซูเจ๋ออย่างไร นี่เป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิเย่เหลียงทรงเป็นกังวลพระทัยอย่างที่สุดราชทูตได้ทูลขึ้นว่า : “แต่ทว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ราชสำนักของอาณาจักรต้าฉู่จะดูแล้วสงบไร้คลื่นใดๆ แต่แท้จริงแล้วภายในวุ่นวายไม่น้อย อาจเป็นเพราะเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักที่อยู่ในอาณาจักรต้าฉู่นั้นไม่สะดวกออกหน้ามากจนเกินไป พวกเหล่าบรรดาขุนนางอาวุโสที่เก่าแก่ไม่ได้จัดการง่ายๆเช่นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ”แท้จริงแล้ว ก่อนที่ราชทูตของอาณาจักรเย่เหลียงจะเดินทางออกจากอาณาจักรต้าฉู่นั้น สถานการณ์ของเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักที่ดูแล้วสงบเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อราชทูตของอาณาจักรเย่เหลียงได้เดินทางกลับไปแล้ว ในวันถัดมา ก็ได้มีเหล่าขุนนางและเจ้าหน้าที่พลเรือนคุกเข่าร้องเรียนอยู่ด้านนอกของท้องพระโรง วอนจักรพรรดินีทรงรับสั่งปลดตำแหน่งของซูเจ๋อ เขายังคงสามารถเป็นท่านบัณฑิ