ล็กอย่าพูดมาก”เมื่อทานมื้อเที่ยงเสร็จ เฉินเสียนยังคงรู้สึกเหนื่อยล้า เธอจึงเอนตัวนอนลงบนเก้าอี้พักผ่อนอยู่ที่ลานสวน ซูเจ๋อกำลังสอนหนังสือให้กับซูเซี่ยนอยู่ในห้องตำราเฉินเสียนหรี่ตาลง ฟังเสียงคุยกันของสองพ่อลูก แล้วจึงผล็อยหลับไปยามพลบคํ่า ดวงอาทิตย์ทอแสงสีแดงทองสาดส่องไปทั่วลานสวนแห่งนี้อย่างเงียบเชียบเวลาผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวัน เฉินเสียนก็ได้กลับไปยังพระราชวัง และเริ่มยุ่งกับภาระหน้าที่การงานอีกครั้งเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างพาเงียบปากไม่เอ่ยถึงเรื่องเฉินเสียนกับซูเจ๋อได้แต่ทูลอ้อมๆ ว่าองค์ชายควรจะถูกอบรมสอนสั่งอยู่ในพระราชวัง ไม่ควรออกเที่ยวเล่นอยู่นอกพระราชวังเช่นนี้เฉินเสียนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้พูดขึ้นว่า : “งั้น ให้ท่านบัณฑิตเข้าวังมาสอนตำราให้องค์ชายอีกครั้ง?”บรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่จึงรีบพูดปฏิเสธขึ้นว่า : “มิได้พ่ะย่ะค่ะ! ร่างกายของท่านบัณฑิตไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก ควรจะพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนดีที่สุดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”11
ไม่นาน ราชทูตของอาณาจักรเย่เหลียงก็ได้เดินทางเข้ามาถึงเมืองหลวง เฉินเสียนได้เตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี กับสถานการณ์ล่าสุดนี้ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อซูเจ๋อเท่าไหร่นักเย่ซวิ่นเองก็ได้ออกไปรับเหล่าราชทูตพร้อมกับเฉินเสียนด้วย เมื่อเหล่าราชทูตเห็นองค์ชายหกสบายดี ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากราชทูตได้ทูลความประสงค์กับองค์จักรพรรดินีต่อหน้าเหล่าขุนนางรวมถึงเจ้าหน้า