ที่ทหารและเหล่าบรรดาราษฎรตอนนั้น อาณาจักรต้าฉู่ได้ลงนามสนธิสัญญากับอาณาจักรเย่เหลียง ว่าหากความขัดแย้งและความโกลาหลวุ่นวายของอาณาจักรต้าฉู่สิ้นสุดลงแล้ว จะยอมยกสองเมืองให้กับทางอาณาจักรเย่เหลียงเหล่าบรรดาขุนนางและเจ้าหน้าที่ทหารรวมถึงเหล่าบรรดาราษฎรก็เริ่มโกลาหลขึ้นมาทันที พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าอาณาจักรต้าฉู่เคยทำสัญญาเช่นนี้กับทางอาณาจักรเย่เหลียงมาก่อนเฉินเสียนและซูเจ๋อได้ลงนามหนังสือสนธิสัญญาในตอนที่ทั้งคู่เดินทางไปเจรจาสันติภาพเมื่อครั้งก่อน ซูเจ๋อได้รับปากกับทางอาณาจักรเย่เหลียงว่าหากทางอาณาจักรต้าฉู่สงบลงแล้ว จะยอมยกสองเมืองให้กับทางอาณาจักรเย่เหลียง ลงนามชัดเจนบนกระดาษขาว พร้อมกับประทับตราด้วยตราประทับของอาณาจักรเย่เหลียง ชนิดที่ไม่สามารถดิ้นหลุดเลยเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักทั้งตกใจและฉุนเฉียวไปตามๆ กันคลื่นลูกเก่าพึ่งจะสงบลงไป คลื่นลูกใหม่ก็ซัดเข้าซํ้าอีก เหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักถกเถียงขึ้นมาทันที : “ใต้เท้าซูมีฐานะอะไร มีสิทธิ์อะไรไปลงนามกับทางอาณาจักรเย่เหลียงกัน บังอาจลงนามแทนฝ่าบาท! บังอาจหลอกลวง12
และปิดบังทางราชสำนักและเหล่าบรรดาราษฎร การเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับทางอาณาจักรเย่เหลียงเยี่ยงนี้ มันแตกต่างอะไรกับการขายบ้านขายเมืองกัน!”“เดิมทีกระหม่อมคิดว่าใต้เท้าซูมีความสามารถและมีกลยุทธ์ที่สูงส่งยอดเยี่ยมเหนือผู้อื่น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะใช้วิธีน่าอา