ั้นผู้ใหญ่ต่างพากันคุกเข่าวิงวอน : “นั่นเป็นหนังสือสนธิสัญญาที่ใต้เท้าซูลงนามกับทางอาณาจักรเย่เหลียงโดยลำพังเป็นการส่วนตัวฝ่าบาทจะทรงยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ไม่ได้เป็นอันขาด! วอนฝ่าบาททรงรับสั่งคาดโทษซูเจ๋อ ที่บังอาจลบหลู่เกียรติองค์จักรพรรดินี! เป็นบุคคลทรยศแผ่นดินของราชอาณาจักรต้าฉู่ ไม่ควรได้รับการเคารพยกย่องจากเหล่าปราชาทั่วหล้า ให้เหล่าบรรดาราษฎรได้เห็นถึงใบหน้าที่แท้จริงของเขาและรับรู้ทุกสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปพ่ะย่ะค่ะ!”เฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “อ้ายชิงทั้งหลายจงอย่าได้ลืมว่าการไปเจรจาสันติภาพที่อาณาจักรเย่เหลียงครั้งนั้นไม่ได้มีแค่ซูเจ๋อเพียงคนเดียวเท่านั้น ยังมีข้าที่ร่วมเดินทางด้วย ตอนที่องค์จักรพรรดิเย่เหลียงให้ลงนามในสนธิสัญญา ข้าเองก็อยู่ในเหตุการณ์เช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นข้ามียศเป็นเพียงองค์หญิงจิ้งเสียน ไม่ใช่จักรพรรดินีอย่างเช่นตอนนี้ เพราะฉะนั้นซูเจ๋อคนที่ปรนนิบัติรับใช้และดูแลข้า จึงเป็นคนทำหน้าที่แทนข้าทั้งหมดโดยปริยาย และบัดนี้ อาณาจักรเย่เหลียงได้กลับมาทวงสัญญา อ้ายชิงทั้งหลายต้องการจะให้ข้าบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบแล้วโยนความผิดให้กับเขาคนเดียว แล้วจะให้ข้าชี้แจงเรื่องนี้ต่อหน้าราษฎรอย่างไร?”เมื่อคำพูดถูกพูดออกไป ภายในใจของเฉินเสียนก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาทันที ในตอนนั้นเพราะอะไรซูเจ๋อถึงได้ลงนามในสนธิสัญญากับทางอาณาจักรเย่เหลียงในนามเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นเขาได้คาดการณ์เห