ยนั้นได้รับรู้ถึงชีวิตที่ผันผวนอย่างมาก แต่วันนี้จักรพรรดินีได้ไว้ชีวิตและไม่ได้มีการทำร้ายคนในครอบครัวของเขา เพียงแต่ได้ปลดเขาออกจากตำแหน่งขุนนาง ถึงแม้ว่าจะเศร้าโศกเสียใจแต่เขาก็ได้การรับการผ่อนปรน ครั้นแล้วก็ได้นั่งลงคุกเข่าลงไปเคารพในนํ้าพระทัยของพระองค์730
ในที่สุดเรื่องเหล่านี้ก็ได้จบลง เพียงแค่เฉินเสียนไม่ได้พูดเรื่องการรับซูเจ๋อเข้ามาในวัง เหล่าขุนนางทั้งหลายก็ต่างรู้กันดีว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกวันนี้เป็นวันเทศกาลสารทจีนหลังจากเฉินเสียนเสร็จกิจราชการแล้ว เวลาก็ล่วงไปบ่ายโมงตรง แสงอาทิตย์สีแดงสดใสสาดส่องไปทั่วท้องทะเลสาบด้านหน้าพระตำหนักไท่เหอ ซูเซี่ยนที่ตื่นจากการนอนกลางวัน เวลานั้นก็นั่งมองอย่างเบื่อหน่ายอยู่ที่ริมทะเลสาบ มองไปยังสีแดงของทะเลสาบอย่างเหม่อลอยเฉินเสียนเดินเข้าไปด้านหลังแล้วโอบเขาไว้ในอ้อมกอด ถามขึ้นว่า“กำลังคิดอะไรอยู่รึ?”ซูเซี่ยนกอดแขนของเฉินเสียน ตอบกลับอย่างเงียบสงบว่า “กำลังคิดถึงตอนที่ท่านลุงเฮ่อพาข้าออกไปนอกวัง บนถนนที่ประดับไปด้วยโคมไฟสีแดง งดงามกว่าแสงในยามตะวันรอนที่ส่องมายังทะเลสาบนี้เสียอีก ”เฉินเสียนชำเลืองมองตามดูรูปเงาของแสงในยามตะวันรอนที่สะท้อนลงบนผิวนํ้าของทะเลสาบเธอลูบไปที่ใบหน้าของซูเซี่ยนอย่างอ่อนโยน แล้วพูดว่า“อยากจะไปดูอีกรึ?แต่ว่าคืนนี้เป็นเทศกาลปล่อยผี เจ้าไม่กลัวหรือ?”ซูเซี่ยนส่ายหัวเฉินเสียนจึงหัวเราะแล้วเอ่ยว่า“อย่างนั้นตอนที่เร