ซูเจ๋อกล่าวอย่างราบเรียบว่า “เรื่องของกษัตริย์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราชสำนัก ข้ามิได้สนใจเรื่องราชสำนักเป็นเวลานานแล้ว เกรงว่าใต้เท้าซวีถามผิดคนแล้ว”ซวีเวยหน้าเหวอ สีหน้าดูมิได้กล่าวว่า “หรือว่าใต้เท้าซูต้องการมองฝ่าบาทเดินทางผิดแล้วหวนกลับมามิได้หรือ?”ซูเจ๋อกล่าวว่า“ข้าช่วยฝ่าบาทขึ้นราชบัลลังก์ หากช่วยพระองค์วางแผนนับต่อจากนี้ตลอดชีวิต เกรงว่าใต้เท้าทุกท่านก็จะไม่พอใจเหมือนกัน ข้าเข้ามาก็ผิด ถอยก็ผิด อยากให้ใต้เท้าซวีแนะนำ เช่นใดถึงจะไม่ผิด?”ซวีเวยรู้ เขากับเหล่าขุนนางเฒ่าตั้งการ์ดป้องกันเกี่ยวกับเรื่องของซูเจ๋อเรียกร้องมากเกินไปอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เรื่องจริงทำให้พวกเขาจำใจต้องเป็นเช่นนี้เพราะการอยู่ของซูเจ๋อ ทำให้คนหวาดกลัวเป็นอย่างมากซวีเวยกล่าวว่า “ในเมื่อใต้เท้าซูมิได้สนใจเรื่องราชสำนัก ไม่ยินยอมทำให้ฝ่าบาทเลิกคิดอย่างเด็ดขาดได้ คนแก่อย่างข้าก็มิได้ฝืนใจ คนแก่อย่างข้าก็เห็นใต้เท้าซูถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้ว เหตุใดยังไม่แต่งภรรยาแล้วมีลูกล่ะ บุตรสาวครอบครัวตระกูลขุนนางในราชสำนักที่มีอายุเหมาะสม หากใต้เท้าซูพออกพอใจสามารถไปสู่ขอแต่งได้นะ ”ซูเจ๋อยิ้ม แล้วกล่าวว่า "ใต้เท้ากลัดกลุ้มใจ ไม่เพียงแต่ต้องเป็นห่วงเรื่องวังหลังของฝ่าบาท วันนี้ยังต้องมาเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของข้าอีก มิบังอาจ แต่เวลานี้ข้ายังมิอยากมีครอบครัว ขอบนํ้าใจที่ใต้เท้าหวังดี"693
สุดท้ายซวีเวยก็หน้าเย็นชาวูบลง มองดูอย