พอถึงหน้าประตูวัง ฉินหรูเหลียงสั่งให้ลูกน้องจูงม้าของเขามา เขาอ้◌ุมเฉินเสียนขึ้นม้าเสร็จก็รีบควบม้ามุ่งหน้าไปยังอุทยานหลวงตงเฉิงทว่าเขาก็ถามเฉินเสียนให้มั่นใจอีกครั้ง “ท่านจะไปหาซูเจ๋อใช่หรือไม่?”เฉินเสียนพูดอู้อี้เสียงเบา “อืม ” หนึ่งคำทำใจมาเนิ่นนาน ฉินหรูเหลียงยังคงรู้สึกหัวใจถูกบีบให้เจ็บปลาบเล็กน้อย เขาลงแส้ให้ม้าวิ่งเร็วยิ่งขึ้น เสียงกีบเท้าม้าพลันวิ่งทะยานในท้องถนนใหญ่ด้วยความรวดเร็วเขาโน้มตัวไปเบื้องหน้า ใช้แขนดั่งเหล็กกล้าโอบกอดเฉินเสียนไว้ในอ้อมอกหลังจากที่ย่างเท้าเข้าประตูวัง ระหว่างพวกเขาก็กลายเป็นราชากับขุนนาง ซึ่งเขาก็ถือปฏิบัติด้วยดีเสมอมา โชคชะตาลิขิตให้เขาไม่อาจครอบครองสตรีผู้นี้ได้ ทว่าหากสามารถดูดซึมความอบอ่◌ุนจากตัวเธอได้เพียงน้อยนิด เขาก็รู้สึกปลื้มปิติแล้วเฉินเสียนก้มหน้าหายใจหอบเร็ว ทว่ากลับลั่นวาจาอย่างผ่อนคลาย “ผ่านคิมหันตฤดูที่ร้อนระอุแล้วแท้ๆ แต่คืนนี้ยังคงทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวมาก”พอใกล้จะวิ่งผ่านตรอกนี้ ฉินหรูเหลียงดึงขลุมจูงม้าเพื่อชะลอความเร็ว เขาควรจะทำให้ถนนสายนี้ยาวขึ้นอีกนิด เขาจะได้กอดเธอนานอีกหน่อยทว่าสุดท้าย เขาก็ยังคงใช้ความเร็วสูงสุด เพื่อส่งเฉินเสียนไปใกล้บริเวณหน้าประตูจวนของซูเจ๋อทันใดนั้นฉินหรูเหลียงเอ่ยปากพูดว่า “เฉินเสียน ท่านยังรู้สึกตัวอยู่ไหม?”เฉินเสียนนิ่งชั่วครู่ จึงกล่าวว่า “ยังรู้สึกตัวอยู่”658
“หากภายภาคหน้า ทุกคนล้วนคัดค้านไม่ให