เสียนยกมือห้ามไว้ กล่าวทอดถอนใจว่า “ไม่ต้อง ข้าจะออกนอกวัง”กลางวันมีขุนนางชั้นสูงคอยขัดขวาง ซึ่งเธอกับขุนนางเก่าโต้แย้งดุเดือดเผ็ดร้อนมาก จึงไม่ได้ไปหาซูเจ๋อหลายวันแล้วพวกขุนนางเจาะจงมาที่เธอก็ยังพอว่า เธอกลัวก็แต่จะพลอยทำให้ซูเจ๋อเดือดร้อนไปด้วย ขอเพียงเขาได้รักษาตัวอยู่ในจวนดีๆ เธอก็สบายใจแล้วเพียงแต่ตอนนี้เธอคิดถึงเขามากกะทันหันฉินหรูเหลียงเดินมาสองก้าวก็เดินมาถึง เขาโน้มตัวอ้◌ุมเธอขึ้นมาโดยไม่กล่าวสิ่งใด เฉินเสียนรู้สึกว่าโลกกำลังหมุนติ้ว ทัศนวิสัยพร่าเลือนฉินหรูเหลียงอ้◌ุมเธอเดินไปเบื้องหน้า นางกำนัลด้านหลังไม่รู้ว่าควรเรียกให้หยุดหรือติดตามไปดีมีเพียงอวี้เยี่ยนกล้าส่งเสียง “เรียนถามท่านแม่ทัพว่าจะพาฝ่าบาทไปไหนเจ้าคะ?”ฉินหรูเหลียงก้มหน้ามองเฉินเสียนในอ้อมแขน กล่าวว่า “พระองค์จะออกจากวังไม่ใช่หรือ ข้าจะพาพระองค์ไปเอง”เฉินเสียนยกมือโบกให้อวี้เยี่ยน กล่าวว่า “พวกเจ้ากลับไปเถอะ ข้าจะออกจากวังเสียหน่อย”ฉินหรูเหลียงเหาะเหินผ่านกระเบื้องเคลือบ จากนั้นก็เห็นเหาะเหินอยู่ใต้ดวงจันทร์ ชั่วพริบตาต่อมาก็หายลับไป656
ลมยามรัตติกาลพัดผ่านทำให้เฉินเสียนสดชื่นขึ้นมาบ้าง เธอซุกอยู่ในแผ่นอกของฉินหรูเหลียงคล้ายมีสติไม่มีสติประตูวังอยู่ไม่ไกลออกไปนัก ฉินหรูเหลียงกล่าว “เฉินเสียน ท่านยังไหวหรือไม่?”เฉินเสียนยกมุมปากขึ้น กล่าวอย่างขี้คร้าน “แค่ดมไปเล็กน้อย ไม่ได้สูดยาพิษเข้าร่างเสียหน่อย ข้าไม่เป็นอะ