่างไรกันแน่?”เฉินเสียนไม่แม้แต่หันไปมอง กล่าวว่า “ข้าไม่ใช่คนทารุณ แต่ท่านดันมาแกว่งเท้าหาเสี้ยน ท่านรนหาที่ตายเอง” เธอสั่งให้ข้าราชบริพารจากเย่เหลียงถอยไป คืนนี้ให้องครักษ์เฝ้าแทน ห้ามผู้ใดเยื้องย่างเข้ามาห้องบรรทมนี้เด็ดขาด ปล่อยให้เย่ซวิ่นรับกรรมที่ตนก่อเสียเย่ซวิ่นหน้าแดงฉาน กล่าวว่า “งั้นท่านก็ค่อยดูซูเจ๋อเสื่อมเสียชื่อเสียงได้เลยเขาจะถูกท่านทำลายในชั่วพริบตา”เฉินเสียนเดินมาถึงหน้าประตูก็หยุด กล่าวเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “สิ่งที่เขาเป็นในวันนี้ ไม่ได้รับการส่งเสริมจากผู้ใด แน่นอน ไม่มีใครทำลายเขาได้ หากท่านคิดจะใช้สิ่งนี้ข่มขู่ข้า ข้าก็ไม่ได้ปวดเศียรเวียนเกล้าขนาดนั้น”เฉินเสียนเดินออกจากพระตำหนักฉีเล่ออย่างมีสติ ด้านหลังมีนางกำนัลคอยติดตามกลุ่มหนึ่ง เธอหันหน้ากลับไปมองฉินหรูเหลียง ใบหน้าของเธอที่อยู่ใต้แสงเทียนงดงามเพิ่มขึ้นหลายส่วน สันจมูกมีเหงื่อซึมเล็กน้อยฉินหรูเหลียงขมวดคิ้วแน่นเป็นปม กล่าวเสียงเคร่งขรึม “เสด็จกลับพระตำหนักไท่เหอก่อนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเชิญหมอหลวงมาเอง”เขาเพิ่งทำท่าเตรียมจะไป เฉินเสียนพลันยกมือดึงแขนเสื้อเขา เธอหรี่ตาด้วยลมหายใจรุ่มร้อน กล่าวด้วยความขบขัน “ข้าไม่อยากให้หมอหลวงดูอาการ ท่านพาข้าออกจากวังได้หรือไม่?”655
อวี้เยี่ยนก็สังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากล ถามว่า “ฝ่าบาทเป็นอะไรหรือเพคะทรงพระปราชวรหรือไม่เพคะ?” นางหันไปสั่งให้นางกำนัลไปเชิญหมอหลวงโดยด่วนเฉิน