เฉินเสียนกล่าว “ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในวังหรือนอกวัง ท่านก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้ายามเอง ต่อไปให้ท่านกลับไปพักผ่อนแต่เช้า ท่านก็ควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง อย่ามัวแต่จดจ่ออยู่แต่เรื่องงานทหารเลย”ทว่าการรักษาความปลอดภัยของเธอ กลายเป็นสิ่งที่เขาขาดไม่ได้ในชีวิตอย่างไม่รู้ตัวไม่ใช่ถึงคราที่เขาต้องเฝ้าเวรหรอก เขาก็แค่รอให้ตะเกียงในพระตำหนักไท่เหอดับลงแล้วค่อยออกจากวังฉินหรูเหลียงกล่าว “คงได้ยุ่งงานต่อไม่นานแล้ว หากมีเขาคอยปกป้องอยู่ข้างกายท่าน ข้าก็จะหละหลวมได้แล้ว”แววตาที่เคร่งขรึมของเขาทอประกายแสงเฉียบขาดเมื่อสายลมพัดผ่านก็นำกลิ่นหอมบุปผาจางๆมาแตะจมูกดอกยี่เข่งในลานบ้านกำลังผลิบาน กลีบดอกโปรยปรายลงไหล่ฉินหรูเหลียงเล็กน้อย ทำให้ท่วงท่าเย็นกระด้างของเขาแต่งแต้มความอ่อนโยนหลายส่วนฉินหรูเหลียงไม่รู้สึก เฉินเสียนกลับยกมือปัดกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรยมาอยู่บนบ่าของเขา คล้ายกับเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว กล่าวว่า “ดอกไม้นี้งามหยาดเยิ้มเกินไป ไม่พอกับท่านแม่ทัพ”ฉินหรูเหลียงชะงัก กล่าวว่า “กระหม่อมส่งฝ่าบาทวังหลังพ่ะย่ะค่ะ”บัดนี้เย่ซวิ่นกำลังรออยู่ในห้องบรรทมที่วังหลัง มีฉินหรูเหลียงคุ้มกันเฉินเสียนด้วยตัวเอง อวี้เยี่ยนที่ติดตามอยู่ด้านหลังก็วางใจลง647
แสงเปลวไฟในห้องบรรทมสว่างไสว ด้านหน้าประตูมีทาสรับใช้จากเย่เหลียงสองนาย ฉินหรูเหลียง ฉินหรูเหลียงก็รออยู่ในวังหลังพร้อมกับเหล่านางกำนัล