ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “ข้าอยู่ด้านนอก มีอันใดก็เรียกข้าได้ตลอดเวลา”ไม่รอให้เฉินเสียนตอบ ด้านในก็มีเสียงขี้คร้านของเย่ซวิ่นแว่วออกมา“จักรพรรดินีพ่ะย่ะค่ะ พระองค์กำลังระวังตัวจากข้ากับโจรหรือ? เอิกเกริกเช่นนี้เกรงว่าข้าจะกินพระองค์หรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนยกเท้าเดินเข้าไป เย่ซวิ่นก็ปิดหน้าต่าง พลางรูดม่านหน้าต่างลงจากนั้นก็หันมาทางโต๊ะเอกสารราชการ จ้องมองเธอด้วยอารมณ์สุนทรีย์คํ่าคืนนี้เขาสวมอาภรณ์ชิ้นเดียว ทั้งยังเผยรูปกายกว่าครึ่ง สามารถมองเห็นความลํ่าสันของผิวพรรณได้อย่างเลือนราง เส้นผมดกดำระอยู่บนบ่าเสื้อ ความใสซื่อในแววตาจางหาย ทิ้งไว้แต่เพียงเสน่ห์ที่เฉิดฉายอยู่บนใบหน้า“ท่านกำลังยั่วสวาทข้า?” เฉินเสียนกล่าว “เสียดายข้าไม่สนใจบุรุษเพศ”แน่นอน ยกเว้นซูเจ๋อ“งั้นซูเจ๋อถือเป็นบุรุษเพศหรือไม่?” เย่ซวิ่นเดินเข้าใกล้เธอทีละก้าว เผยรอยยิ้มเต็มหน้า “เขาเคยใช้ความงามยั่วเย้าฝ่าบาทเช่นข้าหรือไม่?”เฉินเสียนจ้องมองเขาด้วยใบหน้าเย็นเยียบ กล่าวเย้ยหยัน “ความงามของท่านคู่ควรเทียบกับเขาแล้วหรือ?”“ฮ่าๆ? ข้าเห็นความรังเกียจเดียดฉันท์ในแววตาของฝ่าบาท ฝ่าบาทไม่ชอบให้บุรุษยั่ว? ฝ่าบาทยังไม่เคยลิ้มลอง ไม่แน่หากได้สัมผัสเมื่อใด คงจะเลิกรังเกียจแน่แท้ รสชาติแตกต่างจากซูเจ๋อยิ่ง ฝ่าบาทจดจ่ออยู่แต่รสชาตินั้น ไม่หน่ายหรือพ่ะย่ะค่ะ”648
เฉินเสียนกล่าว “หากท่านแสดงท่าทีปกติเฉกเช่นสองปีก่อน ไม่แน่ว่าข้าอาจไม่รังเก