ียจท่าน”“ฝ่าบาทรู้ได้อย่างไรเล่า ข้าในสองปีก่อนกับข้าในปัจจุบัน อย่างไหนคือตัวตนที่แท้จริงของข้า”“ข้าไม่สนความพิสดารของท่าน” เฉินเสียนหย่อนกายนั่งลงข้างโต๊ะ แล้วดีดนิ้วบนโต๊ะ พลางกล่าวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา “อย่าเสียเวลา ข้ายังต้องกลับไปสะสางราชกิจต่อ ไม่ใช่จะคุยเรื่องสองเมืองกับข้าหรอกหรือ?”เย่ซวิ่นก็ทิ้งกายนั่ง รินนํ้าชาให้เฉินเสียนกับมือ เพียงแต่ถ้วยชาที่วางอยู่ด้านข้างเธอ เธอไม่คิดจะแตะต้องเย่ซวิ่นกล่าวแย้มยิ้ม “หากไม่คุยเรื่องสองเมือง คาดว่าฝ่าบาทคงไม่เสด็จมากระมัง เดิมทีเย่เหลียงให้ข้าเอ่ยถึงเรื่องคำมั่นสัญญาที่กล่าวว่า จะมอบเมืองของต้าฉู่ให้เย่เหลียงสองเมืองทันทีที่ข้าเดินทางมาถึงพระราชวังต้าฉู่”เขาจิบชาหนึ่งคำ “คำนวณเวลาแล้ว ไม่ช้าขอเรียกร้องของเย่เหลียงคงส่งมาถึงเมืองหลวงของต้าฉู่แน่ ถึงเวลาเกรงว่าราชสำนักที่ยังไม่มั่นคง คงต้องโกลาหลเป็นแน่”เย่ซวิ่นมองเธอแวบหนึ่ง กล่าวต่อว่า “ซูเจ๋อเป็นผู้ร่างสัญญาฉบับนี้ หากให้เหล่าขุนนางรับรู้ว่าซูเจ๋อให้คำมั่นสัญญากับเย่เหลียงไว้เช่นนี้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเยี่ยงใด? หากเบาหน่อยก็แค่ตำหนิติเตียนซูเจ๋อที่ทำให้ผืนแผ่นดินต้าฉู่สูญสิ้น ทำให้แว่นแคว้นเสียผลประโยชน์ ซึ่งไม่ได้ผู้เป็นขุนนางควรกระทำ หากรุนแรงหน่อยก็จะตราหน้าเขาว่าคิดคดทรยศชาติ ไม่ว่าอย่างไรเสีย ชื่อเสียงและศักดินาของเขาก็จะป่นปี้อย่างย่อยยับ กลายเป็นผู้ที่ถูกปวงชนต้าฉู่ด่าทอ”649
จ