นมากมาย ซูเซี่ยนอาบนํ้าเสร็จก็เปลี่ยนชุดนอนใยไหมบางน่◌ุม ภายใต้ชุดนั้นผิวเนียมน่◌ุมยิ่ง643
เขากล่าวว่า “ไม่ใช่ยังมีราชกิจต้องทำหรอกหรือ ท่านแม่ไม่ต้องรอกล่อมข้านอนหรอก”เฉินเสียนยกมุมปากขึ้นมายิ้มเบาๆ กล่าวว่า “งั้นให้เอ้อร์เหนียงมากล่อมเจ้านอนนะ?”“ไม่ต้องกล่อมลูกนอนหรอก ข้ายังไม่นอน”ระหว่างที่เฉินเสียนนั่งอ่านฎีกาอยู่ ซูเซี่ยนก็เดินเท้าเปล่าไปมาบนพรมปูพื้นฎีกาที่กองบนโต๊ะราชการล้วนเป็นข้อกล่าวหาซูเจ๋อทั้งหมด ซูเซี่ยนยืนด้านข้างโต๊ะ ก่อนจะนำมาอ้◌ุมไว้หลายเล่ม ถามว่า “ท่านแม่จะอ่านพวกนี้หรือไม่?”“ไม่อ่าน”ซูเซี่ยนจึงถือไปกลับตรงประตู ซึ่งตรงนั้นแม่นมซุยนำถังเผามาตั้งรอไว้แล้วเขาจึงโยนฎีกาพวกนั้นลงไปเผาในถังพอเผาฎีกาที่ฟ้องร้องซูเจ๋อทั้งหมดเสร็จ ซูเซี่ยนก็เริ่มล้า จึงกลับไปนอนในห้องเฉินเสียนเงยหน้ามองประตูห้องบรรทม เปลวไฟในถังเผายังคงส่องแสงระยิบระยับ ทำให้ความมืดมนในยามราตรีด้านนอกพร่าเลือนยิ่งนัก เธอไม่ได้ออกจากวังหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้ซูเจ๋อทำอะไรอยู่ เขาเข้านอนแล้วหรือกำลังนั่งอ่านตำราใต้แสงเทียนกำลังเหม่อลอย อวี้เยี่ยนก็เดินเข้าห้องบรรทมด้วยฝีเท้าเบาๆ โดยสองมือประสานกันตรงหน้าท้อง เมื่อมาถึงด้านหน้าเฉินเสียน นางก็ย่อตัวคำนับกล่าวว่า“ฝ่าบาท คนจากพระตำหนักฉีเล่อมาเพคะ” พระตำหนักฉีเล่อส่งคนมาในเวลานี้เดิมทีอวี้เยี่ยนไม่อยากรายงานเฉินเสียน ด้วยเกรงว่าองค์ชายหกแห่งเย่เหลียงจะมีเจต