เฉินเสียนเดินออกมาจากพระตำหนักฉีเล่อ ท่านแม่ทัพใหญ่ฉินหรูเหลียงที่เฝ้าอยู่นอกพระตำหนัก เขายังไม่เคยแม้แต่จะได้ครอบครองเฉินเสียน จะปล่อยให้องค์ชายหกที่เข้ามาแทรกได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ได้อย่างไรกันดังนั้นเมื่อเฉินเสียนเดินเข้าพระตำหนักฉีเล่อไปนั้น ฉินหรูเหลียงก็นำกำลังเข้ามาเฝ้าเวรยามไว้ข้างนอก เพื่อรอคำสั่งของเฉินเสียน และหลังจากนั้นองครักษ์วังหลวงก็สามารถเข้าไปจัดการได้เฉินเสียนเดินไปข้างหน้า และกล่าวกับฉินหรูเหลียงว่า “ท่านเฝ้าดูองค์ชายหกไว้ ดูว่าเขามีการติดต่อกับคนข้างนอกวังหรือไม่ ตัดขาดการติดต่อของเขาและสายลับเย่เหลียงทั้งหมด”หลังจากที่เฉินเสียนออกมาจากพระตำหนักฉีเล่อ องค์ชายหกก็กลับเข้าไปที่ห้องนอนในพระตำหนัก เขาไม่ได้สนใจว่าคนของเขาจะถูกโบยจนตายหรือบาดเจ็บปางตายหรือไม่เขานอนอยู่ตามลำพังบนเตียงสีแดงขนาดใหญ่ มองดูเพดานสีแดงอบอุ่นเหนือศีรษะของเขา มือของเขาค่อย ๆ กำหมัดแน่น แล้วพูดว่า “ซูเจ๋อ ช่างทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดนัก”เฉินเสียนกลับมาถึงพระตำหนักไท่เหอ และก้าวข้ามสะพานเล็ก ๆ ในไฟในตำหนักยังคงสว่างไสวอย่างโปร่งใส่ ต่างจากพระตำหนักฉีเล่อ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและสบาย610
เฉินเสียนฟังที่แม่นมซุยกราบทูลรายงาน หมอหลวงได้เข้ามาดูอาการของซูเจ๋อแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนัก และตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องนอนกับเจ้าน่องน้อยทันทีที่เฉินเสียนผลักประตูเข้าไป สิ่งแรกที่เธอจับจ้องคือดวงตาเรีย