ียบ ๆ และบรรดาขุนนางก็พูดคุยกันไม่รู้จบเฉินเสียนเลิกคิ้วขึ้น และบรรดาขุนนางต่างก็ชินกับการได้เห็นหน้าตาของเธอและพวกเขาต่างก็ดีใจและคิดว่ามันน่าสนใจเฉินเสียนถามออกไป “งั้นตามที่อ้ายชิงทั้งหลายเห็นนั้น มีผู้ใดที่เหมาะสมแล้วหรือไม่?”เหล่าขุนนางพูดคุยหารือกันอีกครั้งและกล่าวว่า “หม่อมฉันเห็นว่าท่านแม่ทัพใหญ่ฉินหรูเหลียงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์จักรพรรดิมาก่อนหน้านี้ เพียงแค่จำต้องมาเลิกราความเป็นสามีภรรยาไปกับองค์จักรพรรดิในภายหลัง อีกทั้งยังเป็นพ่อแท้ ๆ ขององค์ชายใหญ่ หม่อมฉันเห็นว่าท่านแม่ทัพฉินเหมาะสมที่สุดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉินหรูเหลียงยืนตัวตรงอยู่ในท้องพระโรงและเป็นหัวหน้านายทหาร เขาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องนี้ แต่เขาไม่คิดว่าจะถูกพวกขุนนางอันธพาลเหล่านี้จับเป็นโล่กำบัง และเขาก็ไม่ได้รับการบอกล่วงหน้าสำหรับเรื่องนี้เฉินเสียนจะคิดยังไง? คิดว่าเขาจงใจยุยงเหล่าขุนนางชั้นสูง?หลังจากนั้นท้องพระโรงก็มีความเงียบงันอย่างแปลกประหลาด615
เฉินเสียนลูบที่จับบัลลังก์มังกรอย่างสบาย ๆ และใช้นิ้วแตะเบา ๆ ราวกับว่ากำลังชั่งนํ้าหนักเรื่องอย่างระมัดระวังเฉินเสียนกล่าว “เรื่องวังหลังจะมาเกี่ยวข้องกับการปกครองไม่ได้ หากท่านแม่ทัพฉินเข้ามายังวังหลัง อาณาจักรต้าฉู่ของข้าก็ต้องมีท่านแม่ทัพน้อยลงไปหนึ่งคนใครจะรับผิดชอบดูแลปกป้องสถานที่สำคัญอย่างเมืองหลวง และส่งราชองครักษ์ไปหลายหมื่นคน ใครจะรับผิดชอบ? ใต้เท้าซ