ห้เห็นอารมณ์ของเธอแม้ว่าเฉินเสียนจะยุ่งมากในช่วงเวลานั้นเพื่อดูแลเรื่องราวในราชสำนักต่าง ๆและยังต้องดูแลอาการป่วยของซูเจ๋อ แม้เฉินเสียนจะยุ่งมาก แต่การได้อยู่ด้วยกันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ลบไม่ออกสำหรับเธอเช่นกันซูเจ๋อรู้ดีว่าเธอรับความกดดันจากราชสำนัก เพื่อออกมาใช้เวลาอิสระกับเขาและคงเพราะติดเชื้อจากเธอ เขาจึงต้องการที่จะยื้อช่วงเวลานี้ไว้เหล่าขุนนางไม่เพียงแค่พูดจาหว่านล้อมเท่านั้น พวกเขายังเริ่มคิดหาวิธีใหม่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนออกความคิดเห็นแปลกประหลาดเช่นนี้ เสนอให้จักรพรรดินีมีสนมชายก็มีเหตุผลอยู่ที่จักรพรรดินีไม่ชอบองค์ชายหกแห่งเย่เหลียง และเป็นไปไม่ได้ที่จะชอบ ตอนนี้เธอก็เอาแต่ไปหาราชครูของเธอ บางทีอาจเป็นเพียงความหลงใหลเพียงชั่วขณะ เพียงแค่มีการแต่งตั้งคนเพิ่มเข้ามาในวังหลังที่เธอพอใจและทำให้เธอลดความสนใจ เธอก็จะไม่มีใจที่จะออกไปนอกวังหลวงได้อีกเหล่าขุนนางหารือกัน และเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถจัดการได้614
ตั้งแต่การขึ้นครองราชย์ขององค์จักรพรรดินี วังหลังก็ว่างเปล่า มีเพียงองค์ชายหกเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ถึงอย่างไรวังหลังก็ต้องมีการเพิ่มคนเข้ามาดังนั้นในช่วงเช้าตรู่ บรรดาขุนนางกล่าว “วังหลังไม่เหมาะสมที่จะถูกทิ้งร้างไว้อย่างนั้น ฝ่าบาททรงโปรดแต่งตั้งสนมพ่ะย่ะค่ะ”บรรดาขุนนางยังพูดถึงความรุ่งเรืองของการสืบทอดวงศ์ตระกูลตั้งแต่สมัยโบราณของราชวงศ์ และเฉินเสียนก็นั่งเง