สีหน้าของเฉินเสียนเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ใครเป็นคนเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนนี้ เธอมองไปที่สุดปลายพรมสีแดง และครู่หนึ่ง เธอเห็นร่างที่ค่อย ๆเคลื่อนไหวขยับเข้ามาในตอนกลางคืน และสบตาเข้ากับเหล่าขุนนางที่มารวมตัวกันภายใต้แสงนั้น เขาดูชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ชุดเครื่องแบบขุนนางที่เรียบร้อยของเขา และสายลมที่พลิ้วไหว ใบหน้าของเขาซีดเล็กน้อย และหน้าผากของเขายังคงถูกพันแผลเอาไว้ ในดวงตาเรียวคู่นั้น ลึกราวกับแม่นํ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเฉินเสียนได้ยินเสียงของตัวเธอกำลังถามเขาว่า “ท่านมาที่นี่ทำไม?”ซูเจ๋อยืนอยู่บนพรมแดงและลมในตอนกลางคืนก็พัดปลายชุดเครื่องแบบขุนนางของเขาขึ้น เขาตอบว่า “องค์จักรพรรดิมีเรื่องน่ายินดี หม่อมฉันจึงเข้ามาแสดงความยินดีพ่ะย่ะค่ะ”หัวใจของเฉินเสียนเต้นแรง เธอไม่ชอบให้เขาเรียกตัวเองว่าหม่อมฉันต่อหน้าของเธอ และไม่ต้องการความยินดีของเขา แต่เหล่าขุนนางที่อยู่ตรงหน้านั้น เขาจึงไม่สามารถก้าวข้ามกฎนี้ได้เธอยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีกว่าลมแรงในตอนกลางคืนจะทำให้เขาเป็นหวัด เธอยิ่งกังวลว่าแผลที่ศีรษะของเขาจะไม่หายเฉินเสียนพูดด้วยนํ้าเสียงเคร่งเครียด “ใต้เท้าซูยังอยู่ในระยะพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ อันที่จริงไม่ต้องมาก็ได้”604
ซูเจ๋อกล่าว “หม่อมฉันมาถึงที่นี่แล้ว องค์จักรพรรดิจะไล่หม่อมฉันกลับงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”ในที่สุด เฉินเสียนก็จ้องมาที่เขาและกล่าวว่า “เชิญใต้เท้าซูนั่งลงก่อน”หลังจา