กนั้นงานเลี้ยงพระราชวัง อาจจะเป็นเพราะการปรากฏตัวของซูเจ๋อ ขุนนางทั้งหลายต่างก็รู้สึกว่าบรรยากาศแปลก ๆ ชอบกลใบหน้าของเฉินเสียนเคร่งขรึม และความสนใจของเธอทั้งหมดอยู่ที่ซูเจ๋อ และเธอแทบจะไม่ละสายตาจากเขาเลย ทุกกิริยาบถและทุกท่วงท่าของเขา อยู่ในสายตาของเธอทั้งหมดเธอกลัวว่าร่างกายเขาจะไม่สบายและกลัวว่าเขาจะปรับตัวไม่ได้ขุนนางทั้งหลายต่างก็คอยสังเกตเช่นกัน และกระซิบเตือนว่า “ฝ่าบาทผิดจริยาอย่าทอดพระเนตร”ในเวลานี้ องค์ชายหกเทเหล้า หยิบแก้วแล้วลุกขึ้น ดวงตาที่เย็นชาและเฉียบคมของเฉินเสียนเพ่งตรงมาที่เขา แต่เขาเพิกเฉย และเดินไปทางซูเจ๋อโดยเฉพาะองค์ชายหกยืนอยู่ที่โต๊ะของซูเจ๋อและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ใต้เท้าซู ไม่เจอกันตั้งนาน คราวก่อนองค์จักรพรรดิโชคดีที่ได้ใต้เท้าซูมาช่วยไว้ได้ทันเวลา จึงรอดพ้นจากอันตราย สุขภาพร่างกายของใต้เท้าซูเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้?”ซูเจ๋อกล่าวอย่างเฉยเมย “ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขอบพระทัยองค์ชายหกที่ทรงเป็นห่วง”รอยยิ้มที่โผล่ออกมาจากมุมปากขององค์ชายหกนั้นค่อนข้างเย็นชาเล็กน้อยและกล่าวว่า “ข้าก็ดีใจมากที่ใต้เท้าซูมาร่วมงานพิธีอภิเษกสมรสของข้ากับองค์605
จักรพรรดินี ข้าขอดื่มให้กับใต้เท้าซูหนึ่งแก้ว เหล้าในงานพิธีอภิเษกสมรสนี้ ใต้เท้าซูจะต้องดื่มให้ได้”ร่างกายของเขายังไม่ค่อยจะดีนัก จะดื่มเหล้าได้อย่างไร อีกทั้งปกติเขาก็ไม่ดื่มเหล้าเฉินเสียนระงับความโกรธของเธอ และเมื่อซูเจ๋อกำ