ไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่แลกตัวเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา พระองค์ทรงได้ทอดพระเนตรโครงร่างและลักษณะท่าทางของซูเจ๋อเพียงผ่านๆ เท่านั้น แล้วก็กลับมายังค่ายเลยองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่อยากจะยอมรับเลย พระองค์เป็นกษัตริย์อยู่เหนือใต้หล้า ปกครองทั้งทหารและม้านับพันนับหมื่น จู่ๆ ก็รู้สึกไม่กล้าสบตากับใบหน้านั้นเมื่อคนเราแก่ตัวลง ก็ไม่อยากจะรับความสุขและความโศกเศร้าที่มากเกินไปซูเจ๋อที่ก้มหน้าอยู่นั้น องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมองเห็นเพียงเงาโครงร่างอันเลือนรางของเขาภายใต้แสงเปลวเทียน เพียงพอที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนคลื่นที่ปั่นป่วนภายในพระทัยของพระองค์องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงตรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงที่เข้มขรึมว่า : “เจ้าเงยหน้าขึ้น ให้ข้าดูหน่อย”ซูเจ๋อค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆเมื่อพระองค์ทรงสบพระเนตรกับนัยน์ตาคู่เรียวยาวของเขานั้น ก็ชะงักขึ้นมาในทันทีคนหนึ่งผ่านโลกมาโชกโชน อีกคนหนึ่งยังหนุ่มยังแน่นห้วงเวลาที่สบตากันนั้น ราวกับกระแสนํ้าที่ปั่นป่วนอย่างรุนแรงก็ไม่ปาน568
องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงหรี่พระเนตรลง ดวงพระเนตรแดงกํ่า และทรงค่อยๆ เดินเข้าหาซูเจ๋อช้าๆ พร้อมกับตรัสขึ้นว่า : “เหมือนที่อ๋องมู่กล่าวไว้ไม่มีผิดใต้หล้านี้ยังมีคนที่มีใบหน้าคล้ายกับข้าอยู่จริงข้าเองคิดว่า เขาได้จากโลกนี้ไปตั้งนานแล้ว”เฉินเสียนรอจนผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวัน ช่วงเย็นของวันที่สองก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวจากทางอาณาจักร