ซูเจ๋อก้มลงมองเจ้าตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า ตัวสั้นนิดเดียวเอง เขาจึงโน้มตัวลงเอื้อมแขนข้างหนึ่งอุ้มเขาขึ้นมา เจ้าน่องน้อยเหน็บขาเข้าเอวของเขาอย่างมั่นคงเมื่อซูเจ๋อเป็นคนเริ่มเข้าหาก่อน แม้เจ้าภาระตัวน้อยออกจะเคอะเขินแต่เขาก็เอื้อมมือโอบรอบคอของซูเจ๋อไว้ แล้วซุกหน้าซบลงบนไหล่แอบดีใจคนเดียวนี่คือการอุ้มซูเซี่ยนครั้งแรกของซูเจ๋อ ความรู้สึกที่เด็กน้อยตัวอ่อนยวบยาบซบลงบนไหล่ของเขา จู่ๆ ความคิดที่อยากจะเห็นเขาเติบโตในวันข้างหน้า ความคิดที่อยากจะปกป้องเขาก็เกิดขึ้นมาในใจของซูเจ๋อ“ท่านพ่อ” จู่ๆ ซูเซี่ยนก็เรียกเขาซูเจ๋ออึ้งไปชั่วขณะ ในใจของเขานั้นราวกับคลื่นลมพายุที่กำลังโหมกระหนํ่าก็ไม่ปาน เพียงแต่ใบหน้าของเขานั้นยังคงเรียบเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาขานตอบไปว่า : “อืม”เฉินเสียนถูกสองพ่อลูกนี้ทำให้ขำขึ้นมา ตอนแรกเธอคิดว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่งุ่มง่ามทำตัวไม่ถูก แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นซูเจ๋องุ่มง่ามทำตัวไม่ถูกเช่นนี้ด้วยซูเจ๋อลองคำนวณนํ้าหนักของเจ้าน่องน้อยแล้วจึงพูดขึ้นว่า : “นํ้าหนักเบากว่าเมื่อก่อนมาก เราไม่อาจหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของยาได้ วันข้างหน้าจะต้องบำรุงให้ดี คงจะบำรุงฟื้นฟูได้ในสามถึงห้าปีข้างหน้านี้”เฉินเสียนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงซูเซี่ยนในปีที่ผ่านมา รู้สึกบีบหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก540
ซูเซี่ยนพูดขึ้นว่า : “ท่านแม่ เดี๋ยวข้าก็หายดีเอง เอ้อเหนียงบอกว่าพวกท่านกลับมารับข้าครั้