ยจนนิดเดียวเธอรักษาอาการบาดเจ็บให้ทหารด้วยความชำนาญ พันแผลได้อย่างถูกต้องราวกับคุ้นชินกับการเห็นบาดแผล ทั้งยังมีความรู้ทางด้านการแพทย์เป็นอย่างดีทหารคนถัดไปได้รับบาดเจ็บที่ขาและมีชิ้นเนื้อบางส่วนที่ถูกตัดออก ตอนนี้เลือดกำลังไหลนองออกมาอย่างน่าสยดสยองเฉินเสียนใช้ไฟลนเข็มเงินที่อยู่ในมือ จากนั้นจึงแทงเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มบนขาเพื่อห้ามเลือด เธอทำความสะอาดบาดแผลอย่างชำนาญ เสร็จแล้วจึงโรยยาจินฉวงซึ่งเป็นยาผงบรรเทาอาการเจ็บ ถามเขาอย่างเป็นกันเองว่า “เจ็บหรือไม่”ทหารผู้นั้นตกใจจนตัวแข็งทื่อตลอดกระบวนการรักษาเมื่อเฉินเสียนเงยหน้าชำเลืองมอง เธอจึงเห็นว่าเขาหัวแตก บนใบหน้ามีรอยเลือดไหลลงมาเป็นทางจนทำให้หน้าของเขาเลอะไปกว่าครึ่งแต่เฉินเสียนยังคงจำเขาได้และเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “เกาเหลียง?”เกาเหลียงฉีกยิ้มมุมปากและกล่าวว่า “เป็นพระกรุณาธิคุณที่องค์หญิงยังจำเกล้ากระหม่อมได้”หลังจากจัดการแผลที่ขาเสร็จแล้ว เฉินเสียนจึงพันแผลที่หัวของเขา เกาเหลียงเห็นเฉินเสียนอยู่ใกล้เช่นนี้ก็ตกตะลึงตัวแข็งทื่อ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าความทุกข์ทรมานที่ประสบมาอย่างยาวนานกลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเขาได้เลื่อนขั้นจากนายทหารเป็นหัวหน้ากองพล จากหัวหน้ากองพลเป็นหัวหน้ากองพัน ทำได้เพียงยืนเงยหน้ามองเธอจากในมุมที่ตํ่าต้อย476
เกาเหลียงไม่คิดเลยว่าภาพที่เฉินเสียนเผาค่าย สังหารทหารและช่วยชีวิตเขาในคืนนั้นจะกลายเป็นภาพประทับตรึงตราอยู่ใ