เฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่ากังวลที่หาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้หรอกรึ ไม่เช่นนั้นจะเสียแรงระดมความคิดกันทำไม”ซูเจ๋อหลุบตามองตํ่า เขายิ้มและพูดว่า “อีกตั้งสองวันกว่าจะเคลื่อนพล ท่านกังวลอะไรรึ”เฉินเสียนกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ควรชักช้า แผนการไม่ควรผิดพลาด เหตุใดจึงต้องรออีกสองวันจึงค่อยออกศึก ไม่ใช่ว่าควรเคลื่อนพลอ้อมไปทางเหนือทันทีหรอกหรือ”ซูเจ๋อกล่าวว่า “ยิ่งเป็นแผนที่ต้องรอบคอบ ก็ยิ่งหุนหันพลันแล่นไม่ได้”เฉินเสียนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซูเจ๋อ แอบเกี่ยวชายเสื้อของซูเจ๋อไว้และเอ่ยอย่างอ่อนหวานว่า “เช่นนั้นข้าจะยอมรออีกสองวันก็ได้ หลังจากครบสองวันแล้วถ้ายังไม่มีผู้ที่เหมาะสม ท่านต้องให้ข้าไปนะ”ซูเจ๋อไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแต่บอกว่า “อีกสองฝันค่อยว่ากันอีกที”เฉินเสียนรู้สึกเดือดปุดๆ เมื่อเห็นว่าเขาเดินอ้อมเธอไปโดยไม่สนใจ เธอตามไปจนทันและดึงแขนซูเจ๋อไว้ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านอย่าทำแบบนี้สิ สัญญากับข้าเดี๋ยวนี้นะ!”เฉินเสียนไม่สนใจภาพลักษณ์ขององค์หญิงจิ้งเสียนและฉุดกราชากเขาเข้าไปในกระโจมซูเจ๋อมองเธอและเอ่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า “อยากออกรบฆ่าฟันศัตรูขนาดนั้นเชียวรึ ท่านรู้หรือไม่ว่าในสนามรบนั้นอันตราย”463
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ต้องการ แต่สถานการณ์ตอนนี้รุนแรงและจะอืดอาดชักช้าไม่ได้ ข้าควรทำตนเป็นตัวอย่างในการรับผิดชอบหน้าที่นี้”“รับผิดชอบ?” ซูเจ๋อเลิกคิ้วและเอ่ยอย่างยั่วยุหน่อยๆ “ใครเป็นคนมอบความรับผิ