ดชอบนี้ให้แก่ท่านอย่างมั่วซั่ว ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของท่านในตอนนี้คือการรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี”ซูเจ๋อเดินไปที่หน้ากระบะทรายโดยมีเฉินเสียนคว้าชายเสื้อของเขาไว้และเดินตามไป เขาเอื้อมมือไปจับธงเล็กๆ ลากไปบนกระบะทราย “ข้าสอนกลอุบายและตำราพิชัยสงครามให้ท่าน ไม่ใช่เพื่อให้ท่านไปฆ่าศัตรู แต่เพื่อให้ท่านเข้าใจหลักการควบคุมกำลังทหารและหลักการปกครองอาณาจักร ซึ่งอาจต้องใช้ร่วมกันในบางครั้ง”เขาหลุบตาและเหลือบมองมือที่คว้าชายเสื้อของตนเองไว้ ยิ้มจางๆ และกล่าวว่า “เลิกคิดเถิด ท่านดื้อกับข้าอีกแล้ว และข้าจะไม่ยอมรับปากท่าน ข้าว่าท่านวางมือเสียจะดีกว่า”“ไม่”ทันใดนั้นซูเจ๋อก็ยกเอวของเธอขึ้นและวางเธอลงบนโต๊ะ กระบะทรายเอียงจนทรายสีเหลืองเทลงมาเขาขยับเข้าไปใกล้ หายใจรดต้นคอของเธอและเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “แต่ก่อนเพียงแค่ข้าเข้าใกล้ท่าน ท่านก็เขินอายแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ท่านช่างกล้าหาญ ทั้งยังกล้าดึงข้าเอาไว้ไม่ยอมปล่อย”คอของเฉินเสียนเริ่มร้อนผ่าว ลมหายใจของเขาแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูผิวของเธอราวกับจะสั่นสะเทือนเข้าไปถึงกระดูก464
เธอได้ยินซูเจ๋อหัวเราะอีกครั้ง “ฮึ พูดแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ หูแดงหมดแล้ว”เฉินเสียนดันหน้าอกเขาออก เธอทั้งโกรธทั้งเขิน “เห็นได้ชัดว่าข้ากำลังพูดเรื่องที่จริงจังกับท่าน ท่านช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม”ซูเจ๋อกล่าวว่า “แต่ข้าคิดว่าท่านกำลังมองว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ”เฉินเสียนรู้สึกว่