าเธอต้องการอากาศหายใจมากกว่านี้ ดังนั้นจึงพยายามดิ้นเพื่อให้เอวหลุดจากการเกาะกุม ตั้งใจว่าจะไม่ยอมให้เขายืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอีกต่อไป แต่หลังจากพยายามอยู่ครู่หนึ่ง ซูเจ๋อก็จับแขนของเฉินเสียนและดึงเธอเข้ามาแนบชิดลมหายใจของเฉินเสียนหยุดชะงัก เธอมองข้ามหลังซูเจ๋อไปยังท้องฟ้าซึ่งยังสว่างสดใสด้านนอกกระโจมและเหมือนจะเห็นทหารเดินผ่านไปมาผ่านช่องว่างเล็กๆ ระหว่างม่านทว่าเธอถูกซูเจ๋อกันไว้บนโต๊ะ ถูกกักเอาไว้ในอิริยาบถที่แนบชิดเฉินเสียนพยายามดิ้นและเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “ท่านปล่อยข้านะ ถ้าคนข้างนอกเห็นเข้าจะดูไม่ดี”เสียงของซูเจ๋อดังก้องอยู่ในหูของเธอ มีเพียงแค่พวกเขาสองคนที่ได้ยิน “หากท่านลองดิ้นอีกที เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะกดท่านลงบนเตียง”หัวใจของเฉินเสียนวูบไหว เธอละสายตาพลางเม้มปากก่อนจะเอ่ยอย่างสิ้นหวัง“ข้าละอยากจะสู้กับท่านจริงๆ”ซูเจ๋อมีหรือจะปล่อยให้ไฟในใจของเธออัดอั้นอยู่เช่นนั้น เขาเอ่ยอย่างอบอุ่นว่า“ได้สิ ถ้าท่านเอาชนะข้าได้ ข้าจะยอมให้ท่านเป็นผู้นำทัพ”465
เฉินเสียนไม่คิดว่าในที่สุดเขาจะยอม ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขา “จริงนะ”ซูเจ๋อยิ้มนิดหนึ่งและกล่าวว่า “จริงสิ”รอยยิ้มของเขาทำให้เฉินเสียนรู้สึกเหมือนพบกับอุปสรรคอีกครั้ง “คงแปลกมากถ้าข้าเอาชนะท่านได้”“ไม่ลองแล้วจะ…”เฉินเสียนไม่คิดจะฟังซูเจ๋อพูดจนจบ เธอเอนตัวลงบนโต๊ะอย่างไม่ให้ทันตั้งตัวและยกขาขึ้นโจมตีไปที่เอวของเขา ซูเจ๋อพ