ลิกตัวหลบผ่านเธอไปอย่างเฉียดฉิวเฉินเสียนลุกขึ้นและปัดทรายออกจากเสื้อผ้า เธอไม่พูดพรํ่าทำเพลงและตรงเข้าไปต่อสู้กับซูเจ๋อทั้งที่ยังอยู่ในกระโจมข่าวการทะเลาะกันยกใหญ่ของเฉินเสียนกับซูเจ๋อเพราะปัญหาที่ว่าใครจะเป็นผู้นำทัพแพร่กระจายไปทั่วค่ายทหารอย่างรวดเร็วแม่ทัพโฮ้วรีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่ทำไปทำมาก็เริ่มชี้แนะอยู่ข้างๆ “องค์หญิงจิ้งเสียน โจมตีที่ด้านข้างจากข้างหลัง! องค์หญิง คว้าโอกาสเอาไว้ มองหาช่องว่าง! จะใจอ่อนไม่ได้ ถ้าลังเลท่านจะแพ้ทันที!”เหลียนชิงโจวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ท่านแม่ทัพ ท่านมาที่นี่เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยหรือว่ายุแยงกันแน่”แม่ทัพโฮ้วกล่าวว่า “ทุกคนต่างรู้จักกันดีไม่ใช่รึ ความสัมพันธ์ระหว่างใต้เท้าซูกับองค์หญิงจะแตกร้าวได้อย่างไร อา ชกไปที่ไหล่ของเขาองค์หญิง!”466
ในที่สุดเฉินเสียนพุ่งหมัดไปที่ไหล่ของซูเจ๋อ แต่น่าเสียดายที่เธอช้าไปหนึ่งก้าวซูเจ๋อเอียงศีรษะหลบได้ทัน เขาฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเฉินเสียนไว้อย่างง่ายได้จากนั้นจึงบิดมาข้างหลังซูเจ๋อเลิกคิ้ว เมื่อเห็นว่าเฉินเสียนยังพยายามต่อสู้เขาจึงโจมตีและขัดขวางการโจมตีจนหมดสิ้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ไม่ทำอะไรเธออีกและไม่ยอมให้เธอสู้ต่อจากนั้นจึงเอ่ยด้วยลมหายใจที่สงบนิ่งว่า “ตัวแม่ทัพโฮ้วเองเป็นคนทำอะไรได้เพียงครึ่งๆ กลางๆ แต่ท่านก็ยังหลับหูหลับตาฟังคำสั่งจากเขา? ถ้าท่านไม่แพ้แล้วใครจะแพ้ หากฟังความคิดตัวเองท่านอาจ