จะทำได้ดีกว่านี้ ตอนนี้แม้แต่ฝีมือก็ยังเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อนเสียด้วยซํ้า”เฉินเสียนกัดฟันและกล่าวว่า “ลุงโฮ้ว ลุงของข้า ท่านจะอ่อนข้อเกินไปแล้ว!”แม่ทัพโฮ้วเพิ่งจะได้สติและกล่าวว่า “อา… ข้าลืมไป ฝ่ายตรงข้ามคือใต้เท้าซูรับมือกับคนธรรมดาสำหรับข้าไม่ใช่เรื่องยาก”ซูเจ๋อปล่อยมือและกล่าวว่า “ความตั้งใจยังไม่แน่วแน่ จิตใจโลเล เอาแต่ฟังผู้อื่น ไม่สนข้อห้ามของผู้นำ เป็นเช่นนี้ท่านจะนำทัพได้อย่างไร”เฉินเสียนนั่งห่อเหี่ยวอยู่บนพื้นทรายและรู้สึกหดหู่ไปตลอดทั้งบ่ายเหลียนชิงโจวปลอบว่า “องค์หญิงไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพียงแต่ท่านอาจารย์เข้มงวดเกินไป”เฉินเสียนเงยหน้ามองเขานิดหนึ่ง “เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าพอฟังเจ้าแล้ว ข้ายิ่งแย่รู้สึกแย่ขึ้นกว่าเดิม”เป็นความจริงที่เธอไม่มีทางไล่ตามซูเจ๋อทันในเวลาอันสั้น พวกเขาอยู่ไกลกันมาก เธอไม่รู้ด้วยซํ้าว่าในอนาคตเธอจะมีโอกาสไล่ตามเขาทันหรือไม่467
ในยามพลบคํ่า แสงอาทิตย์ยามตะวันรอนส่องลอดเข้ามาในช่องว่างระหว่างม่าน กลายเป็นลำแสงสีทองอมแดงสองเส้นซึ่งลากยาวมาจรดอยู่บนตัวเฉินเสียนซูเจ๋อเข้ามาในกระโจมและเห็นว่าเธอยังคงนั่งอยู่บนทรายที่กระจัดกระจายลงมาจากกระบะเขาเข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง ถอนหายใจและเอ่ยว่า “เหตุใดจึงต้องไปให้ได้รึ ท่านรู้หรือไม่ ถ้าทางราชสำนักรู้ว่าท่านจะไปรบกับกองทัพเป่ยเจียงทางตอนเหนือ พวกเขาจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปลิดชีวิตท่าน”“ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ที่เห