เฉินเสียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและกล่าวว่า “เกาเหลียง การใช้ชีวิตในกองทัพไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ หากจะเป็นทหาร ต้องอดทนกับความยากลำบากได้ออกไปฆ่าศัตรูในสนามรบ เจ้าต้องอยู่ข้างหน้า และมีโอกาสตายได้ทุกเมื่อ”“หากข้าห่วงหน้าพะวงหลัง รักตัวกลัวตาย ชีวิตนี้ก็คงไม่มานั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ!”สิ่งที่เธอรอคอยคือ คำตอบความมุ่งมั่นของเกาเหลียงเฉินเสียนหันกลับมา และกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ามีความกล้าหาญต้องการให้ข้าขอบใจเจ้า งั้นข้าก็จะให้โอกาสเจ้า เริ่มจากการยกแผ่นไม้ สร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หากไม่เป็นไปตามที่ข้าคาดหวังไว้ เจ้ามีโอกาสถูกขับไล่ออกจากค่ายทหารได้ทุกเมื่อ เจ้าพร้อมไหม? เจ้าเงยหน้าขึ้นมาแล้วตอบข้า”เกาเหลียงเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ มองไปที่ผู้หญิงที่ตรงไปตรงมาและใจกว้างต่อหน้าเธอด้วยดวงตาที่แผดเผา และตอบด้วยความมั่นใจ “หม่อมฉันจะไม่ทำให้องค์หญิงผิดหวังอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนกล่าวอย่างเย็นชาและไร้ความปรานี “เหลียนชิงโจว นำเขาไปหาแม่ทัพโฮ้ว มีงานหนักงานเหนื่อยก็ให้เขาทำ หากเขาทนไม่ได้ก็ให้เขาออกจากค่ายทหารไปซะ”เหลียนชิงโจวพาเกาเหลียงออกไปจากค่ายทหารเฉินเสียนเอนกายลงบนโต๊ะทรายและมองไปที่ซูเจ๋อที่ไม่พูดอะไรเลยก่อนหน้านี้ เธอเอื้อมมือไปถูที่กระเป๋าเสื้อของซูเจ๋อด้วยความคุ้นเคย และกล่าวด้วยเสียง445
แผ่วเบา “มองลักษณะของเกาเหลียงแล้ว ดูเหมือนคนที่ทำอะไรไม่เป็น ที่ข้าทำไปนั