ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วัน ก็มีคนมาสมัครเข้าเป็นทหารจำนวนมาก แม่ทัพโฮ้วจึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องของเฉินเสียนและซูเจ๋อตามจำนวนทหารในค่ายทหารตอนนี้นั้น ไม่มีความจำเป็นต้องรับทหารใหม่เพิ่มอีกแล้วอีกทั้งทหารใหม่เหล่านั้นต่างก็เป็นกองกำลังเสริมที่หลบหนีจากความพ่ายแพ้ในราชสำนักเมื่อไม่กี่วันก่อน ส่วนใหญ่เป็นพวกราษฎร หากรับพวกเขาทั้งหมดเข้าค่ายทหาร เกรงว่าาจะควบคุมฝีมือได้ไม่สมํ่าเสมอแม่ทัพโฮ้วไม่สามารถรับพวกเขาเข้าค่ายทหารได้ทั้งหมด ทำได้เพียงส่งพวกเขากลับไปเมืองหลวงเมื่อสงครามสงบลงทหารใหม่ไร้ที่อยู่อาศัยเหล่านี้ที่มาใช้ชีวิตล่องลอยอยู่ที่เมืองขุยก็สิ้นเปลืองอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่สามารถปล่อยทิ้งละเลยพวกเขาไปไม่ได้ มิเช่นนั้นก็จะมีผู้ประสบภัยเพิ่มมากขึ้นทุกหนทุกแห่ง ในเมืองที่เพิ่งจะสงบลงก็จะกลับมาวุ่นวายอีกครั้งในที่สุดซึ่งอาจจะทำให้แม่ทัพโฮ้วกังวลใจไปกันใหญ่เหลียนชิงโจวกล่าวกระตุ้นกล่าว “ทำไมไม่ไปถามท่านอาจารย์ เขาจะต้องมีวิธีจัดการที่ดีแน่”แม่ทัพโฮ้วจำได้ว่าเขาเคยเตือนให้เฉินเสียนระวังซูเจ๋อ หากจะต้องไปขอคำแนะนำก็ไม่ได้รู้สึกกดดันและลำบากใจอะไร แม่ทัพโฮ้วเป็นคนรู้จักปล่อยวางเขาแข็งแกร่งและกล้าหาญ และอยู่ในค่ายทหารมาหลายสิบปีแล้ว ดูออกว่าเป็นคน433
หน้าหนาไม่เกรงกลัวใด ๆ อีกทั้งนี่เป็นเรื่องใหญ่ของราษฎร จึงไม่อาจประมาทไปได้ดังนั้นเขาจึงลดละอคติชั่วคราวและไปพบซูเจ๋อในเวลานี้ ซูเจ๋อกำลังสอน