ให้เฉินเสียนเรียนรู้กระบะทราย ทั้งสองคนอยู่ในค่ายทหารแม่ทัพโฮ้วไม่กล้าส่งเสียงรบกวน เมื่อเห็นสีหน้าของซูเจ๋อที่กำลังแนะนำอย่างละเอียดลออ จากการเรียนรู้ศึกษาวิธีการรบการทำสงครามในสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไปบนกระบะทรายนี้ เฉินเสียนเรียนรู้อย่างตั้งอกตั้งใจถึงแม้ว่าเฉินเสียนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทหารไปออกรบ แต่เธอก็จำเป็นต้องรู้วิธีการทางการทหาร เข้าใจเรื่องพวกนี้ไว้บ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไรแม่ทัพโฮ้วสงสัยอยู่สักพักหนึ่ง ยังมีเรื่องอะไรที่ซูเจ๋อทำไม่ได้บ้างหรือเหลียนชิงโจวจะพูดถูก หากซูเจ๋อไม่ซื่อสัตย์และคิดทรยศ เขาจะลำบากมาสอนองค์หญิงเรื่องแบบนี้ไปทำไม เขาสามารถที่จะปลูกฝังให้องค์หญิงเป็นคนที่พึ่งพาเขาได้ทุกอย่าง แต่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น องค์หญิงมีวันนี้และเป็นคนรับผิดชอบที่เด็ดเดี่ยวแบบนี้ได้ เป็นเพราะเขาคอยแนะนำและให้คำปรึกษาตอนนี้เฉินเสียนดูใส่ใจตั้งใจและขะมักเขม้น และไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของแม่ทัพโฮ้วซูเจ๋อวางนิ้วลงที่ธงเล็ก ๆ ของกองทัพทั้งสองบนกระบะทรายและจัดวางกองกำลังทหารใหม่กับเฉินเสียน และเป็นจังหวะดีกล่าวทักทาย “แม่ทัพโฮ้วมีธุระอะไรหรือ?” เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่ก็รู้ว่าแม่ทัพโฮ้วมาถึงนานแล้ว434
เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยิน และพบว่าแม่ทัพโฮ้วยืนอยู่ จึงกล่าวว่า “แม่ทัพโฮ้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว ทำไมมาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงเลย?”อาจเป็นเพราะเขาค่อย ๆ ปล่อยวางปัญหาที่มี