้วกล่าว “ในช่วงภัยพิบัติ ผู้คนอดอยากและสงครามเช่นนี้ มักมีคนเกียจคร้านมาคอยอาศัยเสบียงจากกองทัพทุกวันเพื่อประทังชีวิต”เฉินเสียนไม่ได้แสดงสีหน้าแต่อย่างใด ในขณะที่เธอยุ่งกับการปรับโยกธงในกระบะทราย พร้อมกับกล่าวว่า “แค่การบริโภคเสบียงในค่ายทหารเองก็ช่างสิ้นเปลืองจนน่าตกใจแล้ว ทำไมยังต้องเกื้อหนุนพวกคนขี้เกียจพวกนั้นอีก ออกคำสั่งออกไป หากที่ดินที่จัดสรรไว้ไม่ได้ทำการเพาะปลูกภายในสองวัน ให้ยึดที่ดินคืนและจัดแจงให้กับทหารใหม่ มีคนจำนวนมากที่ต้องการที่ดินและทรัพยากรจะต้องไม่สูญเปล่าไม่เช่นนั้นจะเกิดภัยพิบัติความอดอยากอีกครั้งหลังเข้าฤดูหนาวหากนอกเมืองไม่มีดินเพียงพอ ก็ขยับขยายออกไป เพียงแค่ให้ทหารใหม่ได้มีที่ดินทำกินมีพืชผลทางการเกษตร รอให้มีผลผลิตเกิดขึ้น เมื่อพืชผลหยั่งรากในดินพวกเขาจะยังเต็มใจที่จะออกจากที่นี่ก่อนการเก็บเกี่ยวในปีนี้หรือไม่?”แม่ทัพโฮ้วรู้สึกดวงตาสว่างมากขึ้น หากเป็นเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ทหารใหม่มีที่ปักหลัก แถมยังทำให้คำสั่งและระเบียบต่าง ๆ มีเสถียรภาพขึ้นได้ เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ตราบใดที่ทหารเกณฑ์ใหม่เหล่านี้ไม่ออกไปเคลื่อนไหวในระหว่างสงคราม ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นมามองเขา และกล่าวว่า “จัดสรรหาให้แต่ละคนมีพื้นที่ทำกินหนึ่งในสามไร่ของพื้นที่ เพื่อทำให้ทั้งในเมืองหลวงและนอกเมืองหลวงสงบเรียบร้อยมากขึ้น ปีนี้อากาศค่อนข้างดีเลย หากรีบหว่านเ